[LF] Twist Around 2 - 07

posted on 09 Apr 2013 13:22 by katsukipri in fic
Paranormal Story : Twist Around 2

Status :   7th part

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU, Thrilling & Romantic Comedy

Rating:  PG-15+ ^^
  




Note :  I'm come back









Posted Image







Twist Around 2






CH7 : Top Secret 



หน้าโรงเรียนมัธยมศึกษาในช่วงเช้าก็ยังคงคราคร่ำไปด้วยเหล่านักเรียนทุกเพศทุกระดับชั้นที่พากันเดินทางมาเพื่อเข้าศึกษาร่ำเรียนวิชาการต่างๆตามปกติ เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มร่างสูงหุ่นนายแบบอย่าง อีฮยอกซู ที่เพิ่งก้าวเข้ารั้วโรงเรียนมาเช่นกัน

 

“เฮ้! จียง!” ฮยอกซูร้องเรียกเมื่อสังเกตเห็นเพื่อนร่างบางเดินนำอยู่ข้างหน้า แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของเขา ฮยอกซูจึงรีบสาวเท้าเดินตามไปให้ทัน

 

“จียง อรุณสวัสดิ์” ร่างสูงกล่าวทักอีกหน พร้อมทั้งแตะมือลงไปที่ไหล่ของคนข้างกาย

 

“ห่ะ ห๊ะ! อะ ส..สวัสดีฮยอกซู” จียงที่เพิ่งหลุดออกจากภวังค์ตอบรับเพื่อนอย่างตะกุกตะกักด้วยว่าตั้งตัวไม่ทัน

 

“เป็นอะไร? เหม่อแต่เช้าเชียว”

 

“เอ๋ เอ่อ..ก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอก” จียงรีบปฏิเสธ “พอดีว่ากำลังคิดเมนูอาหารมื้อเย็นอยู่น่ะว่าจะทำอะไรดี ก็เลยเผลอเหม่อไปหน่อยน่ะ แหะๆ”

 

จียงหัวเราะเก้อๆพร้อมทั้งให้คำตอบเพื่อนไปเช่นนั้นทั้งที่มันเป็นคำโกหก เพราะความจริงแล้วเขาไม่ได้คิดเรื่องเมนูอาหารอะไรหรอก แต่เด็กหนุ่มกำลังคิดถึงเหตุการณ์วาบหวามเมื่อคืนรวมไปถึงเหตุการณ์ตอนอยู่ในรถที่พี่ชายมาจอดส่งเขาที่หน้าโรงเรียนเมื่อสักครู่นี้อยู่ต่างหาก

 

ทั้งๆที่ตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมา เขาก็อุตส่าห์ทำตัวปกติ ทั้งตื่นนอนแต่เช้า เข้าครัวทำอหาร และกลับมาปลุกพี่ชายให้ตื่นด้วยวิธีเดิมๆ เขาทำทุกอย่างดังเช่นทุกวัน ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และพยายามไม่คิดไม่พูดถึงอะไรที่จะชวนให้คิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าพี่ชายของเขาคงจะคิดและปฏิบัติเช่นเดียวกัน แต่ที่ไหนได้...

 

 

‘นี่จียงครับ’

 

‘อ่ะ..อะไรเหรอฮะพี่ซึงฮยอน?’ เด็กหนุ่มถามอย่างสงสัย เมื่อถูกพี่ชายรั้งไว้ก่อนจะได้เปิดประตูออกจากรถ

 

‘พี่มีเรื่องจะขอจียงครับ’

 

‘เอ๋? เรื่องอะไรเหรอฮะ?’

 

‘ก็ถ้าจียงเกิดรู้สึกแบบเมื่อคืนอีกเมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องทำอะไรเองนะครับ แค่บอกพี่เท่านั้น แล้วพี่จะทำให้จียงทุกอย่างเลย ตกลงนะ’

 

‘..!!..’

 

 

คนเป็นพี่ชายพูดถ้อยคำน่าอายพวกนั้นด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ประกายตากลับวิ้งวับพราวระยับ ในขณะที่คนเป็นน้องชายได้แต่เบิกตาโตด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนใสร้อนผ่าวจนรู้สึกได้

 

จียงที่อายจนไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรรีบเปิดประตูลงจากรถก่อนจะจ้ำพรวดๆเข้ามาในโรงเรียนทันที โดยไม่ได้สนใจสิ่งใดรอบข้างจนกระทั่งเพื่อนร่างสูงเข้ามาสะกิดที่ไหล่แล้วนั่นแหละ

 

ฮยอกซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเพื่อนที่เดินอยู่ข้างกายอยู่ๆก็แดงก่ำขึ้นมาซะอย่างนั้น และถึงแม้ว่าเขาจะนึกสงสัย แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ใช่คนช่างพูดช่างซัก ร่างสูงจึงไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไปจนกระทั่งทั้งคู่เดินมาถึงห้องเรียน

 

“จียง! จียง! นายมาเรียนแล้วเหรอ!!”

 

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง เสียงโหวกเหวกก็ดังขึ้นพร้อมกับที่คนส่งเสียงดังนั้นรีบวิ่งถลาเข้ามาหา

 

“นี่จียง อาการนายเป็นไงบ้าง? ดีขึ้นแล้วเหรอ? ไม่เจ็บไม่ปวดตรงไหนใช่ไหม? ยังเหนื่อยยังเพลียอยู่หรือเปล่า?”

 

คยองอิลรัวถามเป็นชุดพร้อมกับจับเนื้อตัวเพื่อนแล้วก็หมุนไปมาราวกับจะเช็คว่าอีกฝ่ายยังไม่มีอะไรบุบสลาย จนจียงเริ่มจะตาลาย ดีที่ได้ฮยอกซูซึ่งเดินตามหลังเข้ามารีบล็อคตัวคยองอิลให้ไปยืนห่างๆตัวเขาหน่อย

 

และถึงแม้จียงจะงุนงงไม่รู้จะตอบคำถามไหนของคยองอิลก่อนดี แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางแสดงความเป็นห่วงและกังวลจนออกนอกหน้าของเพื่อน เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

“อื้ม ฉันกลับมาเป็นปกติแล้วละ”

 

ได้ยินคำพูดยืนพร้อมด้วยรอยยิ้มแจ่มใสของเพื่อนแล้ว คนที่โวยวายไปเมื่อสักครู่ก็เริ่มสบายใจขึ้น

 

 “อืม...สีหน้านายก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวานเยอะแล้วจริงๆด้วย”

 

“นั่นน่ะสิ ดูสดชื่นแจ่มใสต่างจากเมื่อวานลิบลับ ไม่รู้ว่าได้ยาดีอะไรมาหรือเปล่า” ซึงโฮที่นั่งมองเพื่อนๆอยู่ที่โต๊ะเอ่ยแซวออกมาบ้าง และคำพูดนั่นก็ทำให้คนถูกแซวหน้าแดงวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

“อะไรล่ะ...ก็ทำตามที่นายแนะนำนั่นแหละ” จียงพึมพำเสียงเบาให้ได้ยิน ซึ่งคนให้คำแนะนำก็ขมวดคิ้วสงสัยในตอนแรก ก่อนจะเบิกตาโตด้วยความตกใจทันทีที่คิดได้ในไม่กี่วินาทีถัดมา

 

“เฮ้ย! นี่จียง...นาย!...” ซึงโฮอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อ ในขณะที่จียงค้อนขวับใส่

 

“อะไรกันเล่า มันก็ออกจะได้ผลดีออกนะ!”

 

“…ก็มัน มัน...”

 

ซึงโฮรู้สึกจนด้วยคำพูด ก็เพราะไอ้ที่เขาแนะนำไปเมื่อวานน่ะเจตนาลึกๆก็แค่ต้องการหยอกเพื่อนเล่นไปตามประสา แต่เขาไม่ได้คิดว่าเพื่อนจะเอาไปทำจริงนี่นา แถมเพื่อนที่ว่าก็ดันเป็นคนที่ได้รับฉายาว่าภูติน้อยน่ารักประจำห้องซะอีก

 

“จียงอา นายกับซึงโฮคุยเรื่องอะไรกันน่ะ ซึงโฮเค้าแนะนำอะไรจียงไปเหรอ?”

 

“อ๋อ ก็ซึงโฮบอกให้ฉันหัดปลดปล่อยซะบ้าง...”

 

“ใช่ๆๆ!! ฉันกลัวจียงเครียดไง แบบว่าถ้าจิตใจไม่แจ่มใส ร่างกายก็จะพลอยแย่ไปด้วยใช่ไหมละ ฉันก็เลยแนะนำให้จียงหัด ผ่อนคลายจิตใจซะบ้างไง เหอๆ"

 

ซึงโฮรีบขัดคำพูดพาซื่อของจียง เพราะกลัวเพื่อนๆโดยเฉพาะพวกเพื่อนผู้หญิงที่เข้ามาถามจะรุมประนามที่เขาเผลอไปสั่งสอนให้ภูติน้อยน่ารักประจำห้องเรียนรู้เรื่องใต้สะดือเข้า แล้วพอเห็นจียงทำท่าจะอ้าปากขัด เขาก็เลยต้องรีบตัดเปลี่ยนเรื่องไปอีก

 

“เฮ้ย!คยองอิล ไหนก่อนหน้านี้แกบอกจะเอาอะไรสักอย่างให้จียงดูไม่ใช่เหรอวะ เดี๋ยวเข้าคาบเรียนก่อนแล้วจะไม่ได้ดูนะเว้ย”

 

“เออใช่!! เกือบลืมไปเลย!” คยองอิลอุทานออกมาเมื่อถูกเตือนให้นึกถึงเรื่องสำคัญ ก่อนจะหันไปหาเพื่อนร่างบางที่ยืนทำหน้างงอยู่ด้านข้าง แล้วจึงป้องปากกระซิบบอกความ

 

“ฉันไปเอามาแล้วนะ...อัลบั้มลับน่ะ”

 

“เอ๊ะ! จริงอะ! ไหนละ อยู่ไหนละ!” จียงอุทาน แล้วถามต่อด้วยความตื่นเต้นปนยินดี

 

“อยู่ในกระเป๋าน่ะ นายมาเอาสิ”

 

“อื้ม”

 

เมื่อเห็นจียงกระวีกระวาดตามคยองอิลไปที่โต๊ะเรียนของทั้งคู่โดยลืมเรื่องที่โดนเขาบิดเบือนความจริงไปแล้ว ซึงโฮก็ได้แต่ถอนหายใจดังเฮือกด้วยความโล่งอก ก่อนจะทำเนียนหยิบสมุดการบ้านของฮยอกซูที่นั่งข้างๆมาลอกอย่างตั้งใจ โดยที่ใบหูก็ยังขยับไหวดักฟังคำพูดของเพื่อนตัวเล็กด้านหลังของตนอย่างตั้งอกตั้งใจไม่แพ้กัน

 

“นี่ไง ฉันไปตามเอามาจากดงฮุนเมื่อวาน เห็นเจ้านั่นบอกว่าได้รับมาจากพี่สาวที่อายุมากกว่า 6 ปีอีกที ดังนั้นนี่จึงเป็นรูปลับสมัยเรียนมัธยมของพี่ชายนายน่ะ” คยองอิลว่าพลางหยิบอัลบั้มภาพขนาด 4x6 นิ้วยื่นให้เพื่อน ก่อนจะกล่าวเสริม

 

“แล้วดงฮุนยังบอกอีกนะว่ารูปพวกนี้ยังไม่มีใครได้เห็นแม้แต่ตัวมันเอง ส่วนฉันก็สาบานได้ว่ายังไม่ได้ดูเหมือนกัน กะว่าจะเอามาให้จียงเปิดก่อน แล้วค่อยขอดูต่อทีหลังน่ะ”

 

จียงรับอัลบั้มภาพมาพลางขยับยิ้มขันเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าตาจริงจังพร้อมให้สัตย์สาบานเช่นนั้น ความจริงแล้วถึงคยองอิลจะเปิดดูก่อนเขาก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ถึงอย่างนั้นก็อดดีใจไม่ได้เมื่อได้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือเขาในตอนนี้ยังไม่มีใครได้เห็น (อ่า...จะยกเว้นก็แต่คนรุ่นๆเดียวกันกับพี่ชายอย่างเช่นพี่สาวของดงฮุนอะนะ)

 

เขาค่อยๆแกะกระดุมด้านหน้าอัลบั้มภาพออก ก่อนจะพลิกเปิดเข้าไปดูภาพด้านในด้วยความลุ้นระทึกและตื่นเต้น

 

!?

 

เพียงภาพแรกก็ทำให้เด็กหนุ่มชะงัก และชักจะรู้สึกว่ามันแปลกๆ แต่ถึงอย่างนั้นมือบางก็ยังพลิกเปิดดูภาพถัดไป แล้วความไม่เข้าใจก็ผุดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งภาพสุดท้ายเสียงหัวเราะก็ถูกระเบิดออกมา

 

“ฮาๆๆ ท็อปซีเคร็ตนี่มันเป็นอย่างนี้นี่เอง โอ๊ย! ฮาๆ”

 

เสียงหัวเราะและท่าทางงอตัวมือกุมท้องเนื่องจากขำจนทนไม่ไหว เรียกให้เพื่อนที่นั่งข้างๆอย่างคยองอิลตกใจสงสัย แม้แต่ซึงโฮกับฮยอกซูที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปยังต้องหันมามอง

 

“อะไร? เป็นอะไรน่ะจียง นายเจออะไรงั้นเหรอ?”

 

“อือ..ก็..ก็..ฮาๆๆ” แม้จะพยายามกลั้นเสียงหัวเราะไว้ขนาดไหนแต่มันก็ยังอดไม่ได้อยู่ดี

 

คยองอิลงงหนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้กับสภาพหัวร่องอหายดังกล่าว เด็กหนุ่มทำได้เพียงนั่งรอให้อีกฝ่ายสงบสติลงได้ก่อนเท่านั้น

 

“เป็นไง? โอเคหรือยัง?” เขาเริ่มถามเมื่อเห็นเพื่อนร่างบางเริ่มหยุดหัวเราะ

 

“อ..อืม โอเคแล้วละ คึคึ”

 

“แล้วเจออะไรเข้าหรือไง ถึงได้หัวเราะซะขนาดนั้น?”

 

“อ๋อ ก็ดูนี่สิ ไอ้อัลบั้มลับเฉพาะนี่น่ะ” ว่าแล้วจียงก็ยื่นสมุดภาพให้เพื่อนไปด้วยใบหน้าที่พยายามกลั้นยิ้มไว้อย่างสุดความสารถ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำได้ไม่นานเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนที่เป็นไปตามที่ตนคาดไว้

 

“เฮ้ย!! นี่มันอะไรกันละเนี่ย!!” คยองอิลร้องถามด้วยความไม่เข้าใจ

 

“ก็ภาพลับเฉพาะแบบท็อปซีเคร็ดยังไงละ ฮาๆๆ”

 

“ลับเฉพาะแบบนี้เนี่ยนะ! ไอ้เราก็นึกว่าเป็นแบบโป๊เปลือยสุดสยิว ไม่ก็หล่อเท่แบบที่ไม่มีใครเคยเห็นอะไรงี้ แต่ที่ไหนได้กลายเป็นแบบนี้ซะงั้น”

 

ฟังเพื่อนพูดมาแบบนี้ จียงก็อดหัวเราะอีกครั้งไม่ได้ แถมฟังๆไปยังเห็นด้วยกับอีกฝ่ายสุดๆอีกต่างหาก เนื่องจากรูปที่เห็นนั้นผิดความคาดหมายของพวกเขาไปอย่างถล่มทลาย

 

เพราะตั้งแต่รูปใบแรกที่เปิดขึ้นมา จียงก็พบว่ามันเป็นรูปใบหน้าด้านข้างของพี่ชายสมัยมัธยมปลายดังข้อมูลที่ได้รับทราบมาก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าใบหน้าของพี่ชายสมัยนั้นจะยังดูหล่อเหล่าไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในรูปใบหน้านั้นกลับบูดเบี้ยวแบบบอกบุญไม่รับโดยสิ้นเชิง และเมื่อดูจากลักษณะและองค์ประกอบของภาพแล้วจียงก็คิดว่ามันคงจะเป็นภาพแอบถ่ายเป็นแน่

 

รูปใบถัดมาก็ยังคงเป็นใบหน้าด้านข้าง เพียงแต่ภาพนี้เห็นชัดเจนเลยว่าใบหน้าและเส้นผมของคนในภาพกำลังถูกจัดแต่ง แม้ในภาพนี้จะยังดูไม่ออกว่ากำลังทำออกมาในลักษณะใด หากแต่ภาพต่อๆไปก็พบว่าการแต่งหน้ามันชักจะคับคล้ายคับคลาการแต่งหน้าแบบผู้หญิงเข้าไปทุกที จนกระทั่งภาพใบที่สี่ที่ศีรษะของพี่ชายถูกจับใส่วิกผมยาวสีดำก็เป็นการยืนยันว่าข้อสันนิษฐานของเขานั้นถูกต้อง

 

และที่ทำให้จียงต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาก็คือสองภาพสุดท้าย ซึ่งใบหนึ่งเป็นภาพที่พี่ชายของเขาถูกจับแต่งหน้าแต่งกายให้กลายร่างเป็นพระราชินีโฉดจอมใจร้ายที่ต้องคอยกลั่นแกล้งเจ้าหญิงสโนไวท์อยู่บนเวที ซึ่งจียงเห็นชัดเลยว่าคนรับบทเป็นเจ้าหญิงก็คือทงยองเบซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของพี่ชายนั่นเอง

 

ส่วนภาพอีกใบซึ่งเป็นใบสุดท้าย ก็คือภาพที่พระราชินีใจโฉดกำลังอาละวาด ทว่าพระนางไม่ได้กำลังอาละวาดใส่เจ้าหญิงลูกเลี้ยงอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่พระราชินีหรือก็คือพี่ชายของเขากำลังถลึงตาพร้อมกับชี้นิ้วมาทางหน้ากล้องและคนถ่ายรูป ณ ขณะนั้นด้วยท่าทางแสดงความโมโห เห็นแค่นั้นจียงก็คาดเดาได้แล้วว่าพี่ซึงฮยอนต้องไม่พอใจแกมอับอายมากแน่ๆที่ต้องโดนคนเก็บภาพอะไรแบบนี้ไว้ เขาพอจะจินตนาการต่อได้เลยว่าหลังจากนั้นพี่ชายเขาต้องตามล่าเพื่อทำลายรูปเหล่านั้นอย่างเอาเป็นเอาตายแน่ๆ

 

และภาพที่เล็ดลอดมาได้ไม่กี่ใบนี้ก็ได้กลายมาเป็นอัลบั้มลับเฉพาะ ซึ่งกลายมาเป็นสมบัติของคนถ่ายในสมัยนั้นแล้วก็ได้ตกทอดต่อมาเป็นของเขา ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งเขาจะเก็บรักษาอัลบั้มลับสุดยอดนี้ไว้เป็นอย่างดีเลยละ

 

แต่เห็นแบบนี้แล้วเขาก็อดหัวเราะไม่ได้เลยจริงๆ ฮาๆๆ

 

 

ซึงฮยอนรู้สึกแปลกๆ

 

มันรู้สึกหวาดผวานิดๆผสมหวาดระแวงหน่อยๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตายิ้มๆที่แฝงนัยบางอย่างของน้องชายสุดที่รักตลอดทั้งคาบการเรียนการสอนเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้

 

เขาไม่รู้ว่าน้องชายมีเรื่องอะไร แต่ดูลางสังหรณ์แล้วเหมือนมันจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีสำหรับเขาเท่าไหร่ยังไงไม่รู้

 

                ชายหนุ่มพยายามไม่คิดอะไรมากในขณะที่เดินกลับมายังห้องพักอาจารย์หมวดคณิตศาสตร์บนชั้นสาม เขาวางเอกสารและหนังสือประกอบการสอนลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่ในขณะที่เขากำลังจะล้างหน้าล้างตาตัวเองให้สดชื่นขึ้นสักหน่อย จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆขึ้นมา

 

                ตอนแรกซึงฮยอนยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่พอลองตั้งใจฟังให้ดีเขาก็พบว่านั่นเป็นเสียงของเด็กกำลังหัวเราะด้วยความสนุกสนาน

 

                เขาหันขวับกลับไปมองทันที แล้วก็ทันได้เห็นเงาร่างเล็กๆผลุบผ่านหน้าห้องน้ำไป

 

 

            อย่าบอกนะว่าแอบตามมา! แล้วตามมาทำไมละเนี่ย!?

 

 

                แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อเขาวิ่งตามออกจากห้องน้ำไป เขาก็พบว่าเสียงนั้นหายไปตรงแถวๆห้องที่ถูกกั้นไว้สำหรับเก็บเอกสารอ้างอิงและหนังสือประกอบการเรียนการสอนของหมวดคณิตศาสตร์ ซึงฮยอนรีบเดินตามไปทางนั้น โดยไม่ลืมเปิดไฟทุกดวงในห้องให้สว่าง

 

                เงียบกริบ...ไม่มีเสียงอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

                หลังจากมองหาอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่พบอะไรที่น่าสงสัย ร่างสูงก็เกิดความรู้สึกว่าตนเองอาจจะคิดมากเกินไป จึงตั้งท่าจะเดินออกจากห้องส่วนนั้น แต่ทันใดนั้นเขากลับได้ยินเสียงเด็กวิ่งดังมาจากด้านหลัง

 

                มันเป็นเสียงอันแผ่วเบาซึ่งเกิดจากการแนบฝ่าเท้าเปล่าๆลงกับพื้นห้อง ซึ่งคล้ายกับเสียงฝีเท้าของเด็กที่กำลังเดินเล่นอยู่ในบ้านตามปกติ

 

                “นี่ไม่ใช่บ้านของเธอนะ!” ซึงฮยอนพูดขณะหันกลับไปมองห้องเอกสารที่ปราศจากสิ่งมีชีวิตอื่นใดแต่กลับมีเสียงนั้นเกิดขึ้นได้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเปล่งเสียงพูดเบาๆอีกครั้ง

 

                “กลับไปซะเข้าใจไหม อย่าให้ต้องไล่เลย”

 

                พูดจบเขาก็หันหลังกลับ แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหน เขาก็รู้สึกว่ามีเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ตรงด้านหลังของตนซะก่อน

 

                บอกตามตรง ซึงฮยอนไม่อยากหันกลับไปมองเลยว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นเป็นความจริงหรือไม่ เพราะลำพังแค่ยืนอยู่กับที่ เขาก็รู้สึกได้ว่ามีลมหายใจอันเย็นยะเยือกเป่ารดฝ่ามือที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

 

                เวลาผ่านไปไม่