[LF] Twist Around 2 - END

posted on 01 Jul 2013 21:11 by katsukipri in fic
 
 
Panormal Story : Twist Around 2

Status :   END part

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU, Thrilling & Romantic Comedy

Rating:  PG-15+ ^^ 
  




Note :  มาตามสัญญา อิอิ









Posted Image

 






Twist Around 2






CH10 :  Promise Well
 

 

 

ซึงฮยอนกำลังคิดอย่างจริงจังว่าจะต้องมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในครอบครัวของตนอย่างแน่นอน

 

 

ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น?

 

 

นั่นก็เพราะพฤติกรรมที่พ่อบังเกิดเกล้ากระทำต่อเขามาตลอดทั้งวันน่ะสิ!

 

 

เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าที่เขาต้องตื่นขึ้นมาด้วยวิธีการปลุกที่รุนแรงสุดแสนจะทารุณกรรม(?)จากฝีตีนของชายผู้เป็นพ่อแล้ว ต่อจากนั้นไม่ว่าเขาจะทำอะไร จะพูดอะไรเป็นต้องโดนแทรกโดนขัดจากนายชเวซึงวอนตลอด โดยเฉพาะเวลาที่เขาต้องการพูดหรือต้องการเข้าไปใกล้ชิดกับน้องชายด้วยแล้ว พ่อของเขาก็ยิ่งขัดขวางเข้าไปใหญ่ แถมยังหาทางกลั่นแกล้งเขาสารพัด อย่างเช่นตอนนี้ที่เขาถูกใช้ให้มาตัดหญ้าในสวนหย่อมหน้าบ้านท่ามกลางแสงแดดร้อนจัดยามบ่ายของวัน ทั้งๆที่เป็นวันหยุดที่ควรจะได้พักผ่อนสบายๆแต่เขากลับต้องมาโดนใช้งานเยี่ยงทาส

 

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ ซึงฮยอนเกิดความข้องใจสงสัยในการกระทำของพ่อตัวเองเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าจริงๆแล้วพ่อคง...

 

 

“พี่ชายฮะ”

 

 

ขณะที่กำลังคิดทบทวนอะไรเพลินๆอยู่ จู่ๆเขาก็ถูกเรียกขาน เสียงหวานคุ้นหูนั้นทำให้ซึงฮยอนหยุดความคิดทุกอย่างแล้วหันไปสนใจทางต้นเสียงดังกล่าวแทน

 

 

“ครับ” คนเป็นพี่ชายขานรับพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นน้องชายมายืนทำตัวน่ารักอยู่ตรงหน้า

 

 

“จียงเอาน้ำมาให้ฮะ”

 

 

“ขอบคุณนะ” ซึงฮยอนว่าพลางยื่นมือไปรับขวดน้ำเย็นที่น้องชายยื่นส่งมาให้ แต่ก็ไม่วายถือโอกาสฉวยมือเล็กข้างนั้นมากอบกุม โดยที่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะขัดขืน

 

 

“พี่ชายเหนื่อยไหมฮะ?” จียงถามขณะกางร่มออกแล้วขยับกายเข้าไปใกล้คนเป็นพี่มากขึ้น เขาอยากจะช่วยพี่ชายให้หลบจากแดดร้อนๆที่อาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่สบายขึ้นมาได้สักนิดก็ยังดี

 

 

“ก็เหนื่อยครับ แต่พอเห็นหน้าจียงแล้วก็หายเหนื่อยเลย” พูดจบซึงฮยอนก็ยิ้ม แถมยังยิ้มมากขึ้นอีกเมื่อได้เห็นอาการเขินหน้าแดงของคนตรงหน้า

 

 

“พี่ชายอะ ก็พูดเว่อร์ไป”

 

 

“ไม่หรอก ไม่เว่อร์ไปสักนิด” ซึงฮยอนว่าอย่างนั้น แต่พอเห็นจียงทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ เขาก็เลยต้องยืนยันอีกครั้ง

 

 

“จริงๆนะครับ...เพราะแค่เพียงเห็นหน้าจียงแล้วก็รู้ว่าจียงเป็นห่วงเป็นใยในตัวพี่ แค่นี้ความเหนื่อยล้าก็ระเหยหายกลายไปไอไปจนหมดแล้วละ”

 

 

ซึงฮยอนพูด พูดแล้วก็ยิ้ม แสดงยิ้มจากใจที่แฝงไว้ด้วยความรักใคร่อันมากมาย แล้วก็ดูเหมือนว่าจียงก็จะรับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นได้จากรอยยิ้มและสายตาที่พี่ชายถ่ายทอดผ่านมาให้ จนทำให้หัวใจดวงน้อยเหมือนกำลังค่อยๆพองฟูขึ้นมาอย่างเบิกบาน

 

 

สองพี่น้องจับมือจ้องตากันอยู่อย่างนั้น และคงจะจ้องกันอย่างหวานเชื่อมต่อไปอีกพักใหญ่ ถ้าไม่มี...

 

 

“แฮ่ม!”

 

 

เสียงกระแอมไอดังออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมการปรากฎกายของชายสูงวัยเจ้าของบ้านอย่างกะทันหัน ที่ทำให้คนทั้งคู่ต้องผละจากกัน ตาทั้งสองคู่เบิกกว้างอย่างตกใจ

 

 

“แดดร้อนจะตาย จียงเข้าบ้านไปลูก เดี๋ยวไม่สบาย”

 

 

ได้ยินคนเป็นพ่อเรียกให้กลับ อารมณ์ฟูฟ่องของจิตใจที่ได้อยู่ใกล้ๆคนที่รักก็เหี่ยวแฟบลงทันใด จียงละล้าละลังไม่อยากจากพี่ชายไป จนกระทั่งพ่อใหญ่ต้องเอ่ยซ่ำอีกครั้ง เจ้าตัวถึงได้ยอมตัดใจเดินจากไปด้วยความหมองเศร้า

 

 

ซึงวอนเห็นลูกชายคนโตกำลังใช้สายตาละห้อยหามองตามร่างบางของลูกชายคนเล็กที่เดินเข้าบ้านไปก็รู้สึกหมันไส้ระคนทดท้อในหัวใจอย่างไรบอกไม่ถูก ชายสูงวัยกระแอมไออีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากสั่งงาน

 

 

“ส่วนแกนะซึงฮยอน พอตัดหญ้าเสร็จแล้ว ก็ไปล้างอ่างปลา ถ่ายน้ำ ขัดหินเอาขี้ตะไคร่ออก ล้างแล้วก็ค่อยไปใส่ปุ๋ยรดน้ำต้นไม้ให้รอบบ้าน...อ้อ อย่าลืมล้างรถด้วยนะ ทุกคันละ” 

 

 

สั่งเสร็จคนเป็นพ่อก็เดินจากไป ทิ้งให้ลูกชายยืนอึ้งอยู่กลางแดดคนเดียว

 

 

นี่ไง! นี่ไงละ! พฤติกรรมแบบนี้แหละ!

 

 

ทั้งกีดกันลูกชายตัวเองอย่างกับเป็นคนอื่น แถมใช้งานเหมือนกับเป็นคนสวนไม่ก็คนใช้ แต่กลับเอาใจใส่จียงมากราวกับไม่ใช่ลูกผู้ชาย สุดท้ายคอยกลั่นแกล้งเขาอย่างกับเป็นผู้ชายที่มาเข้าจีบลูกสาวของพ่ออย่างไรอย่างนั้น 

 

 

ดังนั้น จะไม่คิดว่าพ่อเขาเข้าใจผิดได้ยังไงละ! เฮ้อ...

 

 

ซึงฮยอนคิดอย่างอ่อนอกอ่อนใจ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากก้มหน้าก้มตาทำงานต่างๆที่ถูกสั่งให้ทำต่อไป โดยไม่มีสิทธิ์ปริปากบ่นอะไรใดๆทั้งสิ้น

 

 

ตลอดสองวันมานี้ ทั้งๆที่เป็นวันหยุดอันแสนจะน้อยนิดสำหรับทนายชื่อดัง เป็นวันหยุดที่ทนายวัยกลางคนอย่างชเวซึงวอนควรจะได้พักผ่อนให้สบายกายสบายใจ แต่เขากลับเอาเวลาทั้งหมดมาใช้ในการจับตามองสอดส่องพฤติกรรมและการกระทำของลูกชายทั้งสองคนอย่างเข้มงวด

 

 

ช่วงสายของวันนี้ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ เขาพาภรรยาไปแวะเยี่ยมเยียนเพื่อนสนิทเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเรียน ที่ยังคงไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ไม่ลืมหนีบลูกชายคนเล็กไปด้วยทั้งที่ไม่จำเป็นต้องพาไปก็ได้ แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยให้ลูกชายทั้งสองคนอยู่บ้านกันตามลำพัง ด้วยไม่ไว้ใจว่าถ้าปล่อยให้อยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

 

เอาจริงๆก็คือซึงวอนกลัว และยังไม่อาจจะทำใจได้ แม้จะพยายามกล่อมตัวเองให้ปล่อยวางมากเท่าไหร่ก็ตาม

 

 

“พ่อ..พ่อคะ นี่คุณ!!”

 

 

“ห่ะ ห๊ะ!!” ซึงวอนสะดุ้งโหยงเพราะเสียงภรรยาที่มาตะโกนเรียกอยู่ข้างหู “ม..มีอะไรเหรอแม่?”

 

 

เห็นคนเป็นสามีหันมาถามด้วยใบหน้างุนงงกลายเป็นคนแก่เอ๋อรับประทานแล้วฮยอนอาก็ต้องส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ

 

 

“แม่น่ะไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่พ่อน่ะสิมัวนั่งเหม่ออะไรคะ ทำไมไม่ลงจากรถสักที”

 

 

“เอ๊ะ! อ้าว...” พอรู้สภาพตัวเองแล้วซึงวอนก็ได้แต่ยิ้มแหยพร้อมหัวเราะแหะๆอย่างจืดเจื่อน เพราะดูเหมือนว่าเขาจะคิดอะไรๆมากไปจนไร้สติ ทั้งๆที่ขับรถมาจอดเทียบหน้าบ้านตัวเองตั้งนานแล้วแต่กลับไม่รู้ตัว

 

 

พอระลึกได้ดังนั้น เขาก็เสียววูบไปถึงกลางสันหลัง เพราะถ้าหากระหว่างทางที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาละก็...ทั้งเขา ทั้งภรรยา ทั้งลูก...

 

 

อา...แค่คิด ก็รู้สึกผิดบาปซะจนต้องตบหน้าตัวเองให้คืนสติหลายๆที

 

 

“อ้าวพ่อ ตบหน้าตัวเองทำไมละนั่น!?” ฮยอนอาถามอย่างตกใจระคนสงสัย ในการกระทำของชายผู้เป็นสามี

 

 

“ไม่มีอะไรๆ” ซึงวอนปฏิเสธ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “เอ้อ แล้วจียงละแม่”

 

 

“ลูกเข้าบ้านไปตั้งนานแล้ว ความจริงแม่ก็เดินไปถึงหน้าประตูบ้านแล้วด้วยซ้ำ แต่หันมาเห็นพ่อยังเหม่ออยู่บนรถ ก็เลยเดินมาดูเนี่ย”

 

 

“อา..งั้นหรือ” ฟังที่ภรรยาพูดมาแล้วซึงวอนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แม้จะดูจืดเจื่อนไปบ้างก็ตามที

 

 

“แม่เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวพ่อเอากล้วยไม้ที่แจซอกให้มาไปไว้ในโรงเรือนก่อน” ซึงวอนบอก ซึ่งฮยอนอาก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป

 

 

ชายสูงวัยหากแต่ยังดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงมากนักเดินเข้าไปในโรงเรือนที่เรียงรายเต็มไปด้วยกระถางต้นไม้สุดรัก เขานำต้นกล้วยไม้ที่ได้รับมาใหม่ไปแขวนไว้บนระแนงไม้ที่จัดไว้ให้เฉพาะ

 

 

ซึงวอนมองดูโรงเรือนด้วยความภาคภูมิใจ เขาลงทุนสร้างโรงเรือนเก็บอุณหภูมิหลังเล็กนี้ขึ้นมาเพื่อกล้วยไม้แสนรักโดยเฉพาะ เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของที่ทางแถบนี้มีฤดูหนาวที่ค่อนข้างหนาวจัด จึงไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับการเพาะพันธุ์เลี้ยงดูกล้วยไม้ซึ่งเป็นพืชเขตอบอุ่นเท่าไร เพราะเลี้ยงกล้วยไม้เขตร้อนในเมืองหนาวไม่ได้ และเลี้ยงกล้วยไม้เขตหนาวในเมืองร้อนไม่ได้เช่นกัน

 

 

แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อต้นไม้ที่เขาชอบที่สุดอย่างกล้วยไม้รองเท้านารี ซึ่งเป็นกล้วยไม้ในสกุลPaphiopedilum1 ดันมีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่น และเขตร้อนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดีย ฟิลิปปินส์ พม่า มาเลเซีย และในประเทศไทยซึ่งพบกล้วยไม้รองเท้านารีขึ้นอยู่ในป่าทั่วๆไป ไม่ใช่ตั้งอยู่ในคาบสมุทรเกาหลีทอดตัวไปทางทิศใต้ทางด้านตะวันออกของทวีปเอเชียอย่างนี้

 

 

ซึงวอนทอดสายตาชื่นชมเหล่าลูกสาวแสนสวยที่ถูกแขวนเรียงรายอยู่อีกครั้ง ก่อนจะหันกายเดินกลับออกจากเรือนไป

 

 

ตอนแรกเขาตั้งใจจะเดินไปดูการทำงานของลูกชายคนโตว่าสำเร็จลุล่วงไปตามที่สั่งการไปหรือไม่ เพราะวันนี้เขาสั่งให้เจ้าลูกชายทำซุ้มไม้เลื้อยไว้สำหรับประดับตกแต่งสวนใหม่ตั้งแต่เช้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้เรื่องได้ราวไปถึงไหน แต่เดินๆไปได้ไม่เท่าไหร่เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนคนหยอกล้อพูดคุยกันดังแว่วมาจากบริเวณดังกล่าว ขายาวจึงก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ โดยไม่ลืมผ่อนฝีเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

“พี่ชายฮะ พี่กำลังจะปลูกต้นอะไรเหรอ?”

 

 

“อ้อ นี่น่ะเหรอ เขาเรียกว่าสร้อยอินทนิล2น่ะครับ”

 

 

“เอ๋? ส..สอย อะไรนะฮะ ทำไมชื่อเรียกยากจัง”

 

 

“ฮ่าๆ สร้อยครับ ไม่ใช่สอย...ไอ้เจ้าสร้อยอินทนิลนี่น่ะเป็นไม้เลื้อยที่พ่อเขาไปเอาพันธุ์มาเพาะตอนไปเที่ยวประเทศไทยครั้งก่อนน่ะ เห็นว่าดอกเป็นสีฟ้าอ่อน ออกเป็นช่อยาวระย้าลงมาสวยมากเชียวละ” คนเป็นพี่ชายอธิบายให้น้องชายที่นั่งอยู่ข้างๆฟังอย่างสนอกสนใจ โดยมีคุณพ่อที่มานั่งหลบแอบฟังบทสนทนาของลูกๆพยักหน้าตามไปด้วย

 

 

“ว้าว..อยากเห็นจังเลยน้า ว่าแต่พ่อใหญ่นี่ชอบพรรณไม้จากเมืองไทยจังเลยนะฮะ”

 

 

“อื้ม แต่ไม่ใช่แค่ชอบหรอกนะ พ่อน่ะหลงเสน่ห์ต้นไม้พวกนี้จริงๆจังๆเลยละ”

 

 

“ฮ่าๆ นั่นสิเนอะ จียงละอยากเห็นตอนมันออกดอกไวๆจัง”

 

 

“ถ้างั้นจียงก็จะได้รอไม่นานหรอก เพราะเจ้าต้นนี้น่ะโตเร็ว ไม่ถึงเดือนเราก็น่าจะได้เห็นดอกของมันแล้วละ”

 

 

“จริงเหรอฮะ งั้นจียงช่วยพี่ชายปลูกนะ”

 

 

“ไม่ต้องช่วยพี่หรอกครับ เดี๋ยวมือจะเปื้อน” คนเป็นพี่รีบเอ่ยห้าม ในขณะที่คนเป็นน้องอมลมแก้มป่องเพราะถูกขัดใจ ที่ทั้งพ่อทั้งพี่ลงความเห็นทันทีว่าช่างน่ารักนัก

 

 

“ไม่เอาอะ จียงอยากช่วยพี่ชายนี่ฮะ น้า..นะ..แค่มือเปื้อนเองอะ ถ้ากลัวจียงล้างไม่สะอาดพี่ชายก็ช่วยล้างให้ก็ได้นี่ฮะ”

 

 

อ่าห๊ะ! ถ้าเจอไม้นี้เข้าไป ยังไงก็ปฏิเสธไม่รอดหรอก เจ้าซึงฮยอนเอ้ย

 

 

คนเป็นพ่อคิดขณะสอดส่องดูเหตุการณ์ทั้งหมด

 

 

“เฮ้อ..ก็ได้ครับ” และก็เป็นจริงดังที่ซึงวอนคาดการณ์ไว้ เมื่อลูกชายคนโตพ่ายแพ้ต่อลูกอ้อนของเจ้าตัวเล็กจนได้ เขาลอบยิ้มเมื่อตัวเองคิดถูก แต่แล้ว...

 

 

“เย้!” เจ้าตัวเล็กส่งเสียงเฮดีใจก่อนจะกระโดดไปหาพี่ชาย ซึ่งอีกฝ่ายก็อ้าแขนรับมาไว้ในอ้อมกอด แล้วก็ถูกระดมหอมแก้มใสด้วยความรักใคร่ปนหมันเขี้ยว

 

 

เฮ้ย!!

 

 

ซึงวอนเบิกตากว้าง ถ้าเป็นเมื่อก่อนการที่เขาได้มาเห็นฉากแสดงความรักระหว่างลูกชายทั้งสองแบบนี้เขาก็คงอมยิ้มแล้วคิดว่าเด็กทั้งสองเป็นพี่น้องที่รักกันดี ออกแนวน้องติดพี่ พี่ก็ติดน้อง...แต่ตั้งแต่เขารู้ความจริงเข้าเมื่อวันก่อน ความรู้สึกทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป คนเป็นพ่อทำท่าจะขยับกายออกจากหลังพุ่มไม้เพื่อจะเข้าไปหาทางแยกสองพี่น้องออกจากกัน ทว่า...

 

 

หมับ!

 

 

“เฮ้ย!!” ซึงวอนตกใจที่อยู่ๆก็ถูกใครก็ไม่รู้จับไว้ แต่พอเขาหันกลับมาก็เจอภรรยายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจทราบ แต่พอได้เห็นอย่างนั้นเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

 

 

“โธ่...แม่นี่เอง”

 

 

“ก็แม่น่ะสิคะ พ่อคิดว่าใครละ?”

 

 

“ไม่ใช่ๆ ก็แม่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงพ่อก็ตกใจน่ะสิ” คนเป็นสามีรีบอธิบาย ก่อนจะถามกลับ “ว่าแต่แม่มีอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีพ่อจะไปดูลูกก่อนนะ”

 

 

ว่าแล้วซึงวอนก็รีบหันกลับ กะจะไปเป็นก้างชิ้นใหญ่ขวางคอลูกๆ แต่เขากลับถูกฮยอนอาคว้าข้อมือไว้อีกครั้ง

 

 

“อะไรอีกละแม่?” ซึงวอนหันกลับมาเลิกคิ้วถามด้วยความประหลาดใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบคำถาม เธอทำเพียงแค่จับแขนของชายผู้เป็นสามีแน่นก่อนจะดึงกลับเข้าบ้านอย่างเงียบๆ

 

 

“เอ๊! อะไรเนี่ยแม่ พ่อจะไปดูลูกทำงานนะ”

 

 

“...”...เงียบ

 

 

“อะ..?”

 

 

เมื่อผู้เป็นภรรยาไม่ยอมพูดอะไร คนเป็นสามีจึงได้แต่เดินตามไปแต่โดยดี ซึ่งตลอดทางจากสวนหน้าบ้านถึงหน้าระเบียงซึ่งเชื่อมต่อกัน แม้ซึงวอนจะอยากจะดึงแขนตัวเองออกแล้วเดินกลับไปหาเหล่าลูกชายแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจใช้กำลังกับภรรยาผู้เป็นที่รักได้ ชายสูงวัยจึงทำได้แค่เดินตามอีกฝ่ายไปเรื่อยๆเพียงเท่านั้น

 

 

“ตกลงแม่เป็นอะไรเนี่ย?” เมื่อโดนจับให้นั่งลงไปบนเก้าอี้ตรงระเบียงบ้าน ด้วยความสงสัยซึงวอนจึงอดเปิดปากถามอีกครั้งไม่ได้ แต่กระนั้น ไม่เพียงแค่ไม่ตอบคำถาม ภรรยาของเขากลับถามคำถามที่ทำให้ชะงักได้กลับมาซะอย่างนั้น

 

 

“นี่พ่อกำลังไม่พอใจเรื่องซึงฮยอนกับจียงอย่างนั้นหรือคะ?” พอพูดจบ ฮยอนอาก็เห็นว่าสามีของเธอหน้าบูดแสดงอาการไม่สบอารมณ์ทันที แต่เธอก็ยังยืนยันที่จะถามต่อ

 

 

“แล้วพ่อไม่พอใจตรงไหนกัน? ตรงที่สองคนนั่นเป็นผู้ชายทั้งคู่งั้นหรือคะ?” คราวนี้สามีของเธอนิ่งงันไปเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมตอบอะไรอยู่ดี เพราะอย่างนั้นจึงต้อวรุกต่อเนื่อง...

 

 

“หวงลูกละสิ”

 

 

คราวนี้พอโดนพูดแทงใจดำ ซึงวอนก็ยิ่งเงียบ ทำเอาฮยอนอาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

 

“พ่อ..แม่รู้นะว่าพ่อน่ะรักลูกมาก แม้แต่จียงที่ไม่ใช่ลูกของเราจริงๆ พ่อก็ทั้งรักทั้งเอาใจใส่เหมือนกับเป็นลูกในไส้ของเราอีกคน วาดหวังให้ลูกๆเติบโตขึ้นเป็นคนดี และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าเป็นหน้าตาให้กับชีวิต แต่ว่า...พ่อลืมไปหรือเปล่า? ว่าการมีคนที่เรารักและมีคนที่รักเรา นั่นก็สำคัญและถือเป็นหัวใจของชีวิตเช่นเดียวกัน...” เว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวสืบไป

 

 

“ซึ่งแม่คิดว่าในตอนนี้ทั้งซึงฮยอนและจียงต่างก็หาสิ่งนั้นเจอแล้ว และหลังจากนี้ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะรักษาหัวใจให้อยู่กับตัวเองให้นานที่สุด ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของพ่อแม่อย่างเราที่จะไปกะเกณฑ์ไปตัดสินว่าลูกๆกับหัวใจของพวกเขาเหมาะสมและคู่ควรกันหรือไม่ พ่อว่าจริงไหม?”

 

 

ฟังสิ่งที่ภรรยาพูดมา แม้ซึงวอนจะอยากเถียงอยากค้านคำพูดเหล่านั้นมากเพียงไร แต่...เขาก็รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดมานั้นถูกต้อง เขายอมรับว่ามันไม่ยุติธรรมจริงๆ ถ้าหากเขาจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องหัวใจของลูก เพราะถึงเขาจะเป็นพ่อก็จริง...แต่พ่อก็คือคนนอกในโลกของคนสองคนอยู่ดี เส้นทางหัวใจของลูกไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างเขาจะเข้าไปชี้ซ้ายชี้ขวาได้ตามใจ แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นก็ตาม...

 

 

“แต่สองคนนั้นเป็นผู้ชายทั้งคู่นะแม่ แล้ว..แล้วจะรักกันอย่างนั้นได้ยังไง!”

 

 

เห็นท่าทางสับสนปนกระอักกระอ่วนใจของชายผู้เป็นสามีแล้ว ฮยอนอาก็จับมือคู่หยาบหนาและเริ่มมีรอยเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาขึ้นมากุมไว้

 

 

“พ่อคะ พ่อฟังแม่นะ” เธอบีบมืออันสั่นเทานั้นแล้วคลี่ยิ้มอ่อนโยน

 

 

“เรื่องของความรัก เรื่องของคนรัก เรื่องของครอบครัว มันเป็นพื้นฐานของมนุษย์...ถึงครอบครัวที่พวกลูกๆเลือกที่จะสร้างขึ้นมาจะมีสมาชิกเพียงแค่สองคนโดยไม่มีทางที่จะงอกเป็นสาม สี่ หรือห้าเหมือนครอบครัวอื่น ถึงครอบครัวของพวกเขาจะมีแต่ผู้ชายไม่มีผู้หญิง แต่ทั้งคุณแล้วก็ฉันต่างก็รู้ว่าครอบครัวเป็นงานศิลปะ เป็นงานแฮนด์เมคที่คนในนั้นคิดทำและสร้างสรรค์กันขึ้นมา เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีครอบครัวไหนที่จะสามารถเหมือนกันได้...ดังนั้น เราจะไปคาดหวังให้ครอบครัวของลูกต้องเหมือนกับครอบครัวที่ฉันกับคุณสร้างขึ้นมาไม่ได้หรอกนะคะ”

 

 

ซึงวอนได้แต่มองหน้าภรรยา เขารู้ว่าฮยอนอาเป็นคนมองโลกในแง่ดีและมีความสุขกับชีวิต แม้คำพูดปลอบใจของเธอจะช่วยคลายความกังวลทั้งหมดไม่ได้ แต่รอยยิ้มของเธอก็สามารถทำให้ใจของเขาผ่อนคลายลงได้ในระดับหนึ่ง

 

 

“หรือว่าพ่ออยากอุ้มหลาน?” เห็นอีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้น เธอจึงพูดจากึ่งหยอกล้อ

 

 

“ไม่ใช่อย่างนั้น” ซึงวอนปฏิเสธ “พ่อเข้าใจในสิ่งที่แม่พูดนะ แต่จะให้ยอมรับได้เลยน่ะ มันก็..เฮ้อ..”

 

 

เห็นคนเป็นสามีถอนหายใจหนักๆอย่างคนทำใจไม่ได้แล้ว คนเป็นภรรยาอย่างเธอจะทำอะไรได้นอกจากปลอบใจ

 

 

“นี่พ่อ..พ่อจำวันแรกที่รู้ว่าแม่ตั้งท้องซึงฮยอนได้ไหม? ตอนนั้นใครๆต่างก็ถามเราว่าลูกคนแรกอยากได้ลูกผู้ชายหรือลูกผู้หญิง แม่จำได้ว่าพอพ่อได้ยินอย่างนั้นก็ตอบกลับทุกคนไปว่า ‘เป็นอะไรก็ได้ ยังไงผมก็รัก...ขอแค่เกิดมาร่างกายครบสามสิบสอง และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เบียดเบียนใครก็พอแล้ว’…” ฮยอนอาเท้าความด้วยรอยยิ้ม ร่องรอยของความหลังที่เต็มไปด้วยความสุขพาดผ่านเห็นชัดจากนัยย์ตาที่กาลเวลาไม่อาจพรากมันไปได้

 

 

“และวันนี้ซึงฮยอนก็มีครบสามสิบสองอย่างที่เราคาดหวัง แถมยังเติบโตขึ้นมาดูแลตัวเองได้ แล้วก็ยังคอยเป็นที่พึ่งให้กับน้องชายอย่างจียง รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือกับคนรอบข้าง ลูกของเราไม่เคยเบียดเบียนใครทั้งพ่อทั้งแม่ต่างก็เห็น ถ้างั้นแล้วทำไมพ่อยังไม่พอใจอีกละคะ?” ฮยอนอาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และมองสบเข้ากับดวงตาคมของสามีที่เริ่มไหวระริก

 

 

ทำไมเขาจะจำไม่ได้...ซึงวอนจำวันแรกที่รู้ว่าภรรยาของตนตั้งครรภ์ได้ดี จำได้ว่าวันนั้นพวกเขามีความสุขมากมายเพียงใด ตื่นเต้นและมีความสุขมากแค่ไหน...เพราะงั้น หากจะเปรียบซึงฮยอนคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและภรรยา จียงก็เปรียบได้กับความรักและความเอาใจใส่ของพวกเขาเช่นเดียวกัน

 

 

ฮยอนอาเห็นสามีนิ่งเงียบไป เห็นอย่างนั้นเธอก็คลี่ยิ้ม ด้วยความที่อยู่ด้วยกัยมานานทำให้เธอรู้ว่าตอนนี้สามีของเธอกำลังคิดอะไร ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกพอใจ เพราะเรือล่มในหนองทองจะไปไหน เอ๊ย! ไม่ใช่! เพราะความสุขของพวกลูกๆอยู่ไม่ไกลแล้วต่างหาก!

 

 

ไม่รู้ว่าเขาคิดมากไปเองหรือเปล่า? แต่ซึงฮยอนรู้สึกว่าบรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวเย็นนี้มันดูแปลกๆยังไงชอบกล มันปะปนไปด้วยความอึมครึมเหมือนเมฆฝนที่รอกลั่นตัวกลายเป็นหยาดฝนของบิดา กับความสดใสเริงร่าเหมือนท้องฟ้ายามเช้าของมารดา ที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรเขาก็คิดว่ามันช่างแตกต่าง แต่ก็แตกต่างอย่างเหมาะสม และช่างเข้ากันยังไงบอกไม่ถูก

 

 

“ซึงฮยอน”

 

 

“ค..ครับ!” ซึงฮยอนสะดุ้งเมื่ออยู่ๆก็ถูกเรียกในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นสบสายตากับผู้เป็นบิดาอยู่ชั่วครู่ก่อนที่อีกฝ่ายจะเบนสายตาไปยังคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับเขาแทน

 

 

“แล้วก็จียง”

 

 

“ฮะ! พ่อใหญ่!”

 

 

“เสร็จจากนี้...” ซึงวอนเว้นคำขณะรวบช้อนแล้วก็ดื่มน้ำ แม้จะใช้เวลาไปไม่ถึงหนึ่งนาทีแต่กลับสร้างความรู้สึกกดดันให้กับคนรอฟังได้อย่างเต็มที่

 

 

“เสร็จจากนี้ พ่อกับแม่จะไปรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นนะ พวกเรามีเรื่องต้องคุยกัน..ยาว”

 

 

สิ้นสุดคำว่ายาวที่คนพูดจงใจเน้นคำแล้ว ร่างสูงวัยก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะอาหารทันที โดยที่ไม่ลืมจูงมือหญิงผู้เป็นที่รักเดินตามไปด้วย ทิ้งให้ลูกชายผู้อ่อนวัยกว่ามองตากันปริบๆด้วยความมึนงงสงสัยและหวั่นใจไปพร้อมๆกัน

 

 

.........

 

 

...

 

 

หลังจากนั่งเก็บล้างถ้วยจานเสร็จเรียบร้อย ซึงฮยอนก็จูงมือน้องชายมาที่ห้องนั่งเล่นด้วยความรู้สึกสับสน พอก้าวเข้ามาเขารู้สึกว่าอากาศในห้องมันหนักอึ้งไปหมด แต่เขาก็ยังแข็งใจพาน้องชายมาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าพ่อและแม่ได้

 

 

แต่แล้วเพียงแค่ถูกสายตาคมกล้าที่ผ่านประสบการณ์ผ่านร้อนหนาวมาอย่างโชกโชนจับจ้อง ซึงฮยอนก็เหมือนจะตกประหม่า แม้จะไม่ถึงกับออกอาการหน้าซีดตัวสั่น แต่กระนั้นคนเป็นฝ่ายจ้องมองก็รับรู้ได้ ว่าลูกชายกำลังลุ้นอยู่ว่าพ่ออย่างเขาจะพูดอะไรต่อไป

 

 

 “นั่งสิ” คนเป็นพ่อชี้ไปยังที่ว่างตรงพื้นหน้าโซฟาที่เขากับภรรยานั่งอยู่ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับเมื่อสองวันก่อนที่มีการสอบสวนและเกือบจะต้องเกิดการทะเลาะวิวาทกันระหว่างพ่อลูก โดยมีคนเป็นแม่อย่างฮยอนอานั่งกลั้นหัวเราะลอบยิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นซึงฮยอนกับจียงก็พากันนั่งลงอย่างว่าง่ายและออกจะเกร็งๆกันทั้งสองคน

 

 

จะว่าไปแล้ว นี่มันก็คล้ายกับเหตุการณ์ที่ลูกเขยจะมาขอเมียจากว่าที่พ่อตาแม่ยายเหมือนในละครหลังข่าวยังไงอยู่นา...ฮ่าๆๆ 

 

 

ฮยอนอายิ้มขำในใจอยู่คนเดียว ทั้งที่กำลังอยู่ท่ามกลางบรรยากาศขมุกขมัวอย่างถึงที่สุดเมื่อทั้งพ่อทั้งลูกต่างก็เงียบไม่มีใครปริปากพูดอะไร ส่วนเธอก็นิ่งเพื่อรอดูสถานการณ์ว่าจะดำเนินไปอย่างที่หวังไว้อย่างไร ดูๆไปก็เหมือนเธอกำลังนั่งรอชมละครฉากใหญ่อยู่เหมือนกัน

 

 

สถานการณ์ดำเนินไปอย่างอึดอัดอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ ในที่สุดคนเป็นผู้นำครอบครัวก็ยอมเปิดปากพูดเป็นคนแรก

 

 

“ซึงฮยอน...พ่อจะขอถามแกอีกครั้ง ว่าสิ่งที่พ่อเห็นเมื่อสองวันก่อนนั้นมันคืออะไร และมันเกิดขึ้นได้ยังไง? แกต้องตอบพ่อมาตามจริง”

 

 

เห็นสีหน้าท่าทางและคำพูดที่จริงจังของบิดาแล้วซึงฮยอนก็หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเงยขึ้นมาอีกครั้งอย่างจริงจังไม่แพ้กัน

 

 

“ผมขอโทษครับพ่อ ผมขอโทษครับแม่” ว่าแล้วคนเป็นลูกก็ก้มศีรษะลงแทบพื้นส่งคำขอโทษไปให้บุพการีทั้งสองท่านที่เขาทำให้ทั้งคู่ต้องเสียใจและผิดหวัง หากก็อยากอ้อนวอนขอให้ทั้งคู่ยอมรับในความรู้สึกของเขาด้วยเช่นกัน...

 

 

ทั้งๆที่เขาก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเลย กับการต้องให้ผู้ให้กำเนิดทำใจยอมรับว่าลูกชายของตนต้องการจะคบหากับผู้ชายด้วยกันเอง แถมยังเป็นลูกชายบุญธรรมที่ทั้งสองท่านรับมาอุปการะเลี้ยงดูตามคำขอของเขาอีกต่างหาก เช่นนั้นแล้วเขาก็ยังอยากขอโอกาสให้พวกเขาทั้งคู่ แม้จะรู้ว่าไม่สมควร...

 

 

“ผมรู้ครับว่าผมผิด แต่ผมรักจียงครับ ผมรักน้องเหมือนที่พ่อรักแม่ ผมรักจียงเหมือนที่ผู้ชายคนหนึ่งพึงมีให้กับคนๆหนึ่งที่จะเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่เหมือนความรักปกติของลูกชายอย่างที่พ่อแม่คาดหวัง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รักจียงครับ และผมจะไม่ขอแก้ตัวใดๆกับการกระทำไม่ยั้งคิดที่เกิดขึ้นไปแล้ว เพียงแต่อยากจะขอว่า ถ้าหากพ่อกับแม่จะลงโทษก็ขอให้ลงที่ผมคนเดียว อย่าไปลงที่น้องเลย จียงยังเด็กก็เลยคล้อยตามผมได้ง่ายก็เท่านั้นเองครับ”

 

 

ซึงฮยอนอ้อนวอนและขอรับผิดชอบทั้งหมด หากก็เป็นคำอ้อนวอนที่ทำให้จียงหน้าซีดไปถนัดตา

 

 

“ไม่..ไม่ใช่นะ!” เด็กหนุ่มส่ายหน้าไปมาซ้ำๆ ก่อนจะก้มหัวกดศีรษะลงไปบนพื้นเช่นเดียวกันกับพี่ชายพลางอ้อนวอนด้วยเสียงสั่นเครือและใบหน้าที่เริ่มอาบไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

 

 

จียงไม่ต้องการให้พี่ชายกลายเป็นคนผิด และเขาก็ไม่ได้ต้องการให้เกิดความบาดหมางหรืออะไรก็ตามที่จะเป็นรอยร้าวให้กับครอบครัวนี้ เพียงเพราะเขา...ซึ่งเป็นเพียงคนนอกที่โชดดีได้รับความรักความเอ็นดูเท่านั้น

 

 

“ไม่..ไม่ใช่ความผิดของพี่ชายเลยนะฮะ เป็นจียง..จียงเองที่ผิด เป็นจียงเองที่ไม่ยอมปล่อยพี่ซึงฮยอนไป เป็นจียงเองที่รักพี่ชายก่อน เพราะ...ฮึก เพราะฉะนั้นห้ามลงโทษพี่ชายนะฮะ ถ้า..ถ้าจะทำก็ทำจียงเถอะนะ จะไล่..ฮึก จะไล่จียงออกจากบ้านจียงก็ยอม...แต่..แต่ว่าพี่ชายเท่านั้น...นะฮะพ่อใหญ่แม่ใหญ่ จี...อึก จียงขอร้อง..ง...ฮึก ฮือ..อ” สิ้นสุดคำร้องขออันกระท่อนกระแท่น จียงก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งสะอื้นไห้ฮักๆจนตัวโยน จนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีก

 

 

“จียง!” ซึงฮยอนตกใจที่เห็นน้องร้องไห้ และถึงแม้ว่าอยากจะคว้าร่างบางมากอดปลอบแค่ไหนแต่ก็ทำไม่ได้ ที่ทำได้ตอนนี้มีแต่ต้องขอร้องขอความเห็นใจต่อไปแม้จะกระวนกระวายมากเพียงใดก็ตาม

 

 

“พ่อครับ แม่ครับ! ผมขอร้องละ! จะให้ทำอะไรผมก็ยอม!!”

 

 

“ไม่ ฮึก..ไม่..นะ พี่..ฮึก พี่ชาย...”

 

 

“โธ่ลูก...” เมื่อละครที่เธอตั้งใจจะรอดูกลายเป็นฉากดราม่าอาบน้ำตาไปซะได้ คนเป็นแม่ก็อดทนเงียบเฉยต่อไปไม่ไหว ฮยอนอาเหลือกตาขึ้นมองเพดานเพื่อไล่หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอรอบดวงตาไม่ให้ไหลลงมา ก่อนจะเหลือบตาไปมองชายผู้เป็นสามีที่ยังนั่งนิ่งอยู่ด้านข้าง

 

 

“คุณคะ!” เธอเอ่ยอย่างเหลืออด ก่อนจะใช้มือตีไปที่หน้าขาของอีกฝ่ายไม่เบาแต่ก็ไม่แรงนัก หวังให้สามีคืนสติและรีบๆจัดการกับเรื่องนี้ก่อนที่มันจะบานปรายไปกันใหญ่

 

 

ซึงวอนที่ตกอยู่ในภวังค์ไปตั้งแต่เห็นน้ำตาของลูกชายคนเล็กสะดุ้งเล็กน้อย และเมื่อได้สติเขาก็ทอดถอนหายใจอย่างแรง

 

 

“เอาละๆพอกันได้แล้ว จียงก็หยุดร้องส่วนซึงฮยอนก็ปลอบน้องซะ”

 

 

เมื่อได้ยินคำพูดแกมสั่งของพ่อแล้ว ซึงฮยอนก็เงยหน้าขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆระคนสับสน แต่พอเห็นคนเป็นแม่พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ เขาก็รีบทิ้งความกังวลใจตรงเข้าไปกอดปลอบร่างบางที่ยังร้องไห้ไม่หยุดทันที

 

 

“จียง..ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องร้องแล้วนะครับ เด็กดี...เด็กดีของพี่” ซึงฮยอนลูบหลังลูบไหล่ปลอบโยนให้ร่างเล็กผ่อนคลาย พร้อมทั้งจูบไล่ซับน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าแดงก่ำเพราะเอาแต่ร้องไห้ให้น้องชายอย่างอ่อนโยน

 

 

ซึงวอนนั่งรอจนกระทั่งลูกชายคนเล็กถูกปลอบจนอาการดีขึ้นแล้วเขาถึงได้กระแอมไอออกมาครั้งหนึ่งเป็นเชิงให้การปลอบแบบถึงเนื้อถึงตัวตรงหน้าหยุดลง ซึ่งเจ้าลูกชายคนโตก็เข้าใจเจตนาของเขาจึงได้ยอมปล่อยตัวเจ้าตัวเล็กที่ยังหลงเหลืออาการสะอึกอื้นอยู่อีกนิดหน่อยออกมา

 

 

“ซึงฮยอน จียง” เมื่อถูกเรียก คนเป็นลูกทั้งสองคนก็เงยหน้าขึ้นมองบิดา ในแววตามีความกังวลพาดผ่านจนเห็นได้ชัด

 

 

“สรุปว่า...ลูกทั้งสองคน ‘รัก’ กันอย่างนั้นใช่ไหม?”

 

 

เมื่อถูกถามอย่างนั้น เด็กทั้งสองคนจึงพยักหน้ารับพร้อมกับตอบคำถามนั้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

 

“ใช่ครับ/ใช่ฮะ”

 

 

“และไม่ว่าพ่อจะห้าม จะดุด่า หรือจะข่มขู่ยังไง ลูกก็ยังจะยืนยันว่ารักกันแบบนี้ต่อไปอย่างนั้นหรือ?”

 

 

“ใช่ครับ/ใช่ฮะ”

 

 

“เฮ้อ...” คำตอบแน่วแน่และสายตามั่นคงที่มองสบมาแบบนั้นทำเอาความหวังอันริบหรี่ที่จะได้เห็นลูกชายแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้หญิงหายวับไป แล้วซึงวอนก็อดจะถอนใจอีกครั้งไม่ได้

 

 

“ในเมื่อเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว พ่อก็คงทำได้แค่ยอมรับ พ่อจะยอมให้พวกลูกคบกันก็ได้ แต่...”

 

 

ได้ยินคนเป็นพ่อเอ่ยปากยอมอนุญาต ซึงฮยอนกับจียงก็หันมาสบตากันทันที แววยินดีพาดผ่านใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด ถ้าหากจะไม่มีคำว่า ‘แต่’ ที่ทำเอาใจกระตุก และนึกกังวลขึ้นมาอีกครั้งนั่นละก็

 

 

“แต่พ่อก็มีเรื่องที่อยากจะขอสักสามข้อ และหวังว่าลูกๆจะรับปากทำให้พ่อได้” พูดแล้วซึงวอนก็ดูปฏิกิริยาของพวกลูกชาย แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้เอ่ยอะไร แต่ท่าทีและแววตาที่มองตรงมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทั้งคู่ยอมรับและพร้อมจะให้คำมั่นกับสิ่งที่เขาขอ

 

 

“ข้อแรก...เราต่างรู้ว่าอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน ถ้าวันหนึ่งข้างหน้า ซึงฮยอนกับจียงเกิดผิดใจกันหรือต้องเลิกกันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร แต่พ่อก็ขอให้ทั้งคู่คุยกันด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ ที่สำคัญคืออย่างถึงขั้นโกรธกัน เกลียดกันจนมองหน้ากันไม่ติด เพราะถึงอย่างไรเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน แม้จะเป็นคนรักกันต่อไม่ได้ แต่ก็ยังเป็นพี่น้องกัน ยังคงเป็นลูกชายของพ่อกับแม่เหมือนเดิม และเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าไม่ไหว มีปัญหา ทุกข์ใจ หรือไม่สบายใจ...ก็ขอให้กลับมา...ลูกๆเข้าใจใช่ไหม?”

 

 

คำว่า ‘กลับมา’ ของผู้เป็นพ่อทำเอาซึงฮยอนกับจียงรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว

 

 

เพราะคำพูดของพ่อทำให้พวกเขารับรู้ว่า...ที่ตรงนี้ ที่ครอบครัวนี้...ยังมีที่ให้พวกเขากลับมาเสมอ

 

 

ซึงวอนยิ้มบางเมื่อเห็นจียงขอบตาแดงเหมือนอยากจะร้องไห้อีกครั้ง ในขณะที่ซึงฮยอนก็มองเขาด้วยแววตาแสดงความซาบซึ้งและเคารพรักในเวลาเดียวกัน ซึ่งเพียงเท่านั้นเขาก็ทราบแล้วว่าลูกๆเข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อโดยที่ไม่ต้องรอฟังคำตอบรับยืนยันของทั้งคู่อีก

 

 

“ถ้างั้น ข้อสอง...ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่จะรับทราบและยอมรับให้พวกลูกๆคบกันได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทั้งคู่จะแสดงออกกันอย่างเอิกเกริก พ่อพูดแบบนี้นี่เข้าใจกันทั้งคู่ใช่ไหม?” ซึงวอนย้ำ

 

 

อย่างไรเสีย เรื่องคบหากันระหว่างผู้ชายด้วยกันก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับนัก สังคมทั่วไปยังคงมีการเอาเรื่องทำนองนี้มาพูดเสียดสี หรือปฏิบัติในทางที่ไม่ดีด้วยเสมอ และเขาก็ไม่อยากให้ลูกชายทั้งสองคนของเขาต้องตกเป็นเป้าสายตาและลมปากของใคร โดยเฉพาะในกรณีที่คนภายนอกส่วนใหญ่รับรู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกันด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะกลายข้อติฉินนินทาไปซะใหญ่

 

 

“ผมเข้าใจครับพ่อ” ซึงฮยอนรับคำแทนน้องชายที่เริ่มกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

 

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” คนเป็นพ่อรู้สึกเบาใจขึ้นเยอะที่เห็นลูกๆยอมรับปาก ถึงแม้ว่ายังเหลือคำขอข้อสุดท้าย ที่ดูเหมือนจะหนักหนาต่อความรู้สึกทั้งของคนเป็นพ่ออย่างเขาและคู่รักที่อยู่ตรงหน้าก็ตาม

 

 

“เอาละ...ข้อสุดท้าย” ซึงวอนสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะต่อความ

 

 

“ถึงแม้ว่าพวกลูกจะคบกันฉันคนรักแล้ว แต่พ่ออยากขอว่าจนกว่าจียงจะบรรลุนิติภาวะห้ามพวกลูกมีอะไรเกินเลยอย่างที่พ่อเห็นวันนั้นกันอีกเด็ดขาด! จียงยังเด็กนัก พ่อกับแม่จึงคาดหวังให้ลูกตั้งใจเรียนในช่วงวัยนี้ ไม่ใช่หมกมุ่นในเรื่องรักๆใคร่ๆ หวังว่าลูกคงเข้าใจที่พ่อพูด”

 

 

ได้ยินคำขอข้อสุดท้ายแล้วทั้งซึงฮยอนทั้งจียงก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ โดยเฉพาะคนหลังที่หน้าแดงไปทั้งแถบอย่างห้ามไม่ได้

 

 

“พ่อก็รู้ว่าเรื่องนี้มันพูดลำบากและห้ามกันยาก แต่พ่อก็อยากให้ลูกรับปาก เพราะถ้าถึงเวลานั้น พ่อจะเป็นคนยกจียงให้แกเองซึงฮยอน” ซึงวอนเอ่ยปากอย่างจริงจัง และในท้ายประโยคเขาก็จงใจบอกกับลูกชายคนโตโดยเฉพาะ

 

 

“ได้ไหม? รับปากพ่อได้ไหม?”

 

 

“ได้..ได้ครับพ่อ” แม้จะลำบากใจและรู้สึกไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้หรือเปล่า แต่ซึงฮยอนก็รู้ว่าสิ่งที่พ่อพูดมานั้นเป็นเพราะพ่อรักและหวังดีต่อพวกเขา มันจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเพียงเพราะเห็นแก่ความต้องการส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงอนาคตของจียง คนที่เขาบอกว่ารัก

 

 

“ดี..เท่านี้พ่อก็สบายใจ”

 

 

เมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงไปได้ ห้องทั้งห้องก็ดูเหมือนจะเบาสบายและไม่ชวนให้รู้สึกอึดอัดใจดังเคย ฮยอนอาที่นั่งเงียบฟังพ่อลูกพูดคุยตกลงกันมาตลอดคลี่ยิ้มสดใส เธอมองทางฝั่งสามีและพวกลูกชายสลับไปมาด้วยความดีใจที่บทสรุปทุกอย่างออกมาดีดังคาด

 

 

“เอาละ ในเมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วงั้นก็ได้เวลาพักผ่อนซะทีละนะ” ฮยอนอาเอ่ยสรุปความ ก่อนจะย่อตัวลงไปลูบหัวลูกชายตัวเล็กที่ยังตาแดงๆไม่หายพร้อมกับตบไหล่ลูกชายตัวโตเบาๆ

 

 

“คืนนี้ก็ไปนอนหลับพักผ่อนให้สบายนะลูกนะ พรุ่งนี้เช้าแม่จะทำอาหารอร่อยๆให้ทานและหวังว่าจะได้เห็นสีหน้าท่าทางที่สดใสของพวกลูกนะ”

 

 

“ขอบคุณครับแม่” ซึงฮยอนตอบรับความห่วงใยที่ส่งผ่านมาพร้อมคำพูดและรอยยิ้มแสนอ่อนโยนที่ผู้เป็นแม่มีให้ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับพลันก้มลงหอมแก้มลูกชายคนเล็กเป็นอย่างสุดท้าย แล้วจึงค่อยหันหน้าไปทางชายสูงวัยกว่าที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่

 

 

“ไปค่ะพ่อ ไปนอนกัน”

 

 

“เอ๋!? นอน? เพิ่งสามทุ่มเองนะแม่ จะนอนแล้วเหรอ?” ซึงวอนถามอย่างสงสัย เพราะปกติเวลาแบบนี้ไม่ใช่เวลานอนของภรรยารวมทั้งเขาแต่อย่างใด

 

 

“ใช่ค่ะ นอนเร็วหน่อยก็ดี เพราะเราเจอเรื่องเครียดมาเยอะแล้วก็สมควรจะพักกายพักใจบ้างนะคะ เอ๊ะ! หรือว่าพ่อยังมีเรื่องอะไรจะคุยกับลูกๆอีก?”

 

 

“ก็ไม่..ไม่มี” แม้จะยังรู้สึกมึนงงแต่ซึงวอนก็ตอบภรรยาไปตามจริง

 

 

“งั้นก็กลับเข้าห้องกันค่ะ” ว่าแล้วฮยอนอาก็จับแขนผู้เป็นสามีที่ยังงงๆอยู่แล้วกึ่งเดินกึ่งลากพาออกจากห้องนั่งเล่นไป ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะก้าวขึ้นบันได หญิงสูงวัยก็หันหน้ากลับมามองลูกชายของตนอีกครั้ง

 

 

“อย่านอนดึกนะลูก สี่ทุ่มก็ควรนอนได้แล้วนะ ฝันดีจ้ะ” กำชับเสร็จก็หลิ่วตาให้ครั้งหนึ่ง ซึ่งซึงฮยอนยิ้มรับและรู้สึกนึกรักแม่ของเขามากขึ้นกว่าเดิมอีกร้อยเท่าพันเท่าเลยทีเดียว

 

 

เมื่อได้อยู่กันสองคนอีกครั้ง ซึงฮยอนที่ยังคงมีรอยยิ้มบางแต่งแต้มไปบนใบหน้าหล่อเหลาก็เปรยขึ้นกับคนข้างกายเบาๆ

 

 

“ดีจังเลยนะ ที่พ่อกับแม่ยอมเข้าใจและให้เราคบกันได้”

 

 

“อื้ม” จียงเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายที่กลายมาเป็นคนรักอย่างเป็นทางการ เด็กหนุ่มคลี่ยิ้ม เขารู้สึกถึงความสุขที่เอ่อล้นจนแทบจุกแน่นอกจนไม่รู้ว่าจะพูดตอบ หรือจะบอกกับคนตรงหน้าอย่างไรดี

 

 

“แล้วเรื่องที่พ่อขอ พี่ก็อยากจะยืนยันกับจียงอีกครั้งเหมือนกัน...ว่าพี่รักจียง ไม่ว่าจะอีกกี่ปีพี่ก็พร้อมจะรอ ดังนั้น กับแค่ห้าปีที่พ่อขอ ยังไงพี่ก็รอได้อยู่แล้ว”

 

 

ได้ยินแล้วหัวใจคนฟังก็อุ่นวาบ มันรู้สึกอบอุ่นและมั่นคงมากกว่าครั้งไหนๆ เมื่อรู้ได้ว่ายังมีหัวใจของคนๆนี้ คนที่รักเขาและเขาก็รักคอยค้ำจุนดูแลอยู่ข้างๆไม่ห่างไปไหน ไม่ว่าจากนี้ไปอีกกี่ปีก็ตาม

 

 

“จียง...” ซึงฮยอนเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเมื่ออยู่ๆก็ถูกร่างเล็กกระโจนเข้าใส่ก่อนจะกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย และแม้จียงจะวางหน้าผากลงกับไหล่ของเขาราวกับจะไม่ยอมให้เห็นสีหน้าใดๆ แต่ร่างกายอันสั่นเทิ้มของคนที่กำลังกอดเขาอยู่ มันทำให้ซึงฮยอนเลือกที่จะไม่ถามอะไรต่อ ทำเพียงแค่โอบแขนรอบกายเล็กแล้วดึงให้จมหายเข้ามาในอกของเขาเท่านั้น

 

 

ซึงฮยอนรู้...รู้ว่าหัวใจที่อ้างว้างโดดเดี่ยวดวงน้อยดวงนี้ ผ่านเส้นทางชีวิตล้มลุกคลุกคลานมานาน บาดแผลเรื้อรังทำให้มันขาดรุ่งริ่งไม่น่ามอง ไม่น่าจับต้อง...แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จะขอสัญญา ว่าจากนี้ไป เขาจะดูแลและรักษา จะไม่ทำให้หัวใจที่แสนบอบช้ำดวงนี้ต้องถูกใครทำร้ายอีกต่อไป รวมไปถึงตัวเขาเองด้วย

 

 

“จียง..พี่รักจียงนะ”   

 

 

ใบหน้าขาวเงยขึ้นมามองเจ้าของอ้อมแขนอบอุ่นรวมไปถึงคำพูดที่ยิ่งทำให้อุ่นซ่านในใจ จียงยิ้มรับ...ยิ้มทั้งๆที่น้ำตายังไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย หากแต่หัวใจอบอุ่นเหลือเกิน

 

 

“จียงก็รัก...รักพี่ซึงฮยอน ฮึก..มากๆเลย”

 

 

แม้จะร้องไห้ แต่ดวงหน้าสวยยังคงส่งยิ้มให้  ยิ้ม...ที่ทำซึงฮยอนนึกรักเสียเหลือเกิน...

 

 

เขารักรอยยิ้มนี้...รักความสุขที่มาพร้อมกับรอยยิ้มนี้...รักคนที่กำลังยิ้มอยู่ตอนนี้...รักทุกสิ่งที่คนๆนี้มีและคนๆนี้เป็น... 

 

 

เขารักจียง...รัก..อย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักใครสักคนได้...

 

 

มือหนาอุ่นของร่างสูงยื่นออกไปปาดเช็ดน้ำตาให้ออกจากใบหน้าของคนในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา

 

 

“หยุดร้องไห้ได้แล้วครับ ไม่งั้นเกิดพ่อกลับมาแล้วคิดว่าพี่เป็นคนแกล้งทำให้จียงร้องไห้ละก็..พี่แย่แน่ๆ” ซึงฮยอนกล่าวติดตลก ที่ทำให้คนฟังหัวเราะขึ้นมาได้ทั้งน้ำตา

 

 

“อื้ม..ไม่ร้องแล้ว”

 

 

“ดีมาก อย่างนี้สิถึงจะเป็นเด็กดีของพี่” ว่าแล้วมือใหญ่ก็ลูบศีรษะเล็กก่อนจะขยี้เบาๆอย่างนึกเอ็นดู

 

 

เห็นท่าทางและได้ยินคำพูดที่เหมือนกับผู้ใหญ่เอ่ยชมเด็กเล็กๆอย่างนั้นแล้วจียงก็หน้างอเล็กน้อย เพราะต่อไปนี้เขาจะเป็นคนรักของอีกฝ่าย จึงไม่ต้องการให้พี่ชายเห็นเขาเป็นเด็กน้อยให้ต้องคอยดูแลอีกต่อไป

 

 

มือขาวคลายลงจากการโอบกอดของร่างสูงทันที ขาเรียวกำลังจะก้าวออกห่าง แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ทันจึงได้ดึงแขนเขาให้กลับมาชิดใกล้อย่างเดิมซะก่อน

 

 

“จะรีบไปไหนน่ะครับ แม่บอกว่าให้โควตาเราตั้งชั่วโมงนึงไม่ใช่เหรอ?”

 

 

“เอ๊ะ! โควตา! โควตาอะไรน่ะฮะตั้งชั่วโมงนึง?” จียงถามอย่างสงสัย เพราะเท่าที่จำได้ แม่ใหญ่ก็แค่บอกว่าให้รีบเข้านอนก่อนสี่ทุ่มไม่ใช่เหรอ

 

 

“ก็โควตาที่ให้พี่จีบจียงได้ตามสะดวกไง” ซึงฮยอนพูดแล้วก็ยักคิ้วให้ จากผู้ใหญ่แสนดีอบอุ่นเมื่อครู่นี้กลับกลายร่างเป็นคนขี้แกล้งขึ้นมาเสียได้ จนจียงนึกอยากเอานิ้มจิ้มลูกตาที่ส่องประกายวิบวับคู่นั้นสักที แต่ติดที่ว่าพี่ชายก้มหน้าลงมาใกล้จนเขาอยากทำอะไรก็ทำไม่สะดวกเสียแล้ว

 

 

“เดี๋ยว...!” ริมฝีปากแดงเอ่ยได้สั้นๆเพียงเท่านั้น  ใบหน้าหล่อเหลาก็ขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะติดกัน

 

 

“หืม?” ริมฝีปากหยักส่งเสียงตอบกลับมาเบาๆแค่นั้น ก่อนจะแนบสัมผัสลงมอบความอบอุ่นจนร่างบางสั่นสะท้าน หากแต่ไม่นานก็ผละออกจากกัน แต่กระนั้นก็ทิ้งระยะห่างระหว่างใบหน้าไว้ไม่เกินคืบ

 

 

“นี่ไม่เรียกว่าจีบแล้ว...” ริมฝีปากแดงฉ่ำขยับโต้ตอบด้วยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าขาวผุดผาดซับรอยระเรื่อขึ้นมาทันที แต่กระนั้นก็ยังทำใจกล้าสบตากับดวงตาคมที่ทอดแววหวานมาให้ แม้จะรู้สึกอายมากจนอยากจะหันหน้าหนีไปก็ตาม

 

 

“นั่นสินะ...เขาต้องเรียกว่าจูบใช่ไหม?” พูดไปริมฝีปากก็ลากไล้ และเล็มริมฝีปากของคนในอ้อมแขน ทั้งดูดดึง ทั้งแนบจูบ แม้แต่ใช้ปลายลิ้นเลียย้ำจนทำให้จียงแทบลืมหายใจ

 

 

“ไม่รู้..อื้อ...”

 

 

“ถ้าอย่างนั้นพี่จะบอกให้...” พูดได้แค่นั้นเสียงทุ้มก็ขาดหายไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาใหม่เมื่อเจ้าตัวถอนริมฝีปากออกมา

 

 

“...แบบนี้เขาเรียกว่าจูบนะครับ จากนี้ไป จียงจะจูบได้แค่กับพี่คนเดียว...”

 

 

“อื้ม...” แล้วก็ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางอีก เมื่อมันถูกบดจูบย้ำๆซ้ำๆและเต็มแน่นไปด้วยอารมณ์ทุกสัมผัส แขนขาวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง แนบกระชับให้อีกฝ่ายยิ่งใกล้ชิดมากกว่าเดิม เพื่อให้จูบต่อจากนี้...แนบชิดยิ่งกว่าทุกจูบที่เคยสัมผัสมา

 

 

“...จากนี้ไป..อืม พี่ซึงฮยอนก็จูบจียงได้แค่คนเดียวเหมือนกัน...”

 

 

“แน่นอน”

 

 

รับปากแล้วบทจูบครั้งต่อไปก็เริ่มขึ้นทันที และครั้งนี้...มันก็ยาวนานเสียจนจียงแทบหมดลมหายใจ

 

 

......................

 

 

...........

 

 

...

 

 

.

 

 

The End.

 


จบละ จบแล้วเนอะ^^

แต่...แถมอีกนิดก็ได้ อิอิ

 

 

 

 ใ

 

 

   แถมพก

 

 

“นี่แม่...ปล่อยลูกให้อยู่อย่างนั้นน่ะดีแล้วเหรอ?”

 

 

ชเวซึงวอนเอ่ยถามภรรยาที่นั่งแอบอยู่บนที่พักบันไดด้วยกันอย่างว้าวุ่นปนกระดากใจที่ต้องมานั่งแอบมองดูลูกๆกอดจูบพลอดรักกันอยู่อย่างนี้

 

 

เอาจริงๆนะ...จนบัดนี้แล้วเขาก็ยังทำใจกับเรื่องของพวกลูกชายไม่ได้อยู่ดี แต่ที่ทนอยู่อย่างนี้ก็เพราะเห็นแก่ความสุขของพวกลูกๆเท่านั้น

 

 

ซึงวอนขอแค่เวลา..ขอเวลาทำใจกับเรื่องราวเหล่านี้อีกสักนิด...และเมื่อถึงวันนั้น เขาจะได้แสดงความยินดีอย่างแท้จริงกับลูกๆได้สักที

 

 

“ดีแล้วละค่ะ ปล่อยให้ลูกได้อยู่ด้วยกันบ้าง ยังไงพวกเขาก็ให้สัญญากับพ่อตั้งสามข้อแล้วนี่” ฮยอนอากล่าวกับสามี แต่ดวงตาแพรวพราวส่องประกายม่วงระยับนี่สิ ไม่ได้ยอมละไปจากภาพเหตุการณ์ภายในห้องนั่งเล่นเลย

 

 

“อือ..ดีก็ดี” ซึงวอนยอมเออออไปกับภรรยาอย่างระเหี่ยใจ ก่อนจะตั้งคำถามที่ค้างคาใจอีกครั้ง

 

 

“ว่าแต่พวกเราละแม่ อยู่อย่างนี้น่ะดีแล้วเหรอ?”

 

 

“หือ? ก็ต้องดีแล้วสิคะ แม่น่ะอยากเห็นอะไรแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ปกติก็ได้แต่อ่านเอาจากในหนังสือ พอได้มาเห็นของจริงแบบนี้ รู้สึกเป็นปลื้มยังไม่ไงไม่รู้ หุหุ”

 

 

ได้ฟังภรรยาพูดไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไป ซึงวอนก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยใจเป็นที่สุด

 

 

นี่สรุปว่าเมียเขาเป็นสาววายละสินะ มิน่าละถึงรู้เรื่องวายๆแบบนี้ก่อนใคร แถมยังยอมรับได้ง่ายๆแบบหน้าชื่นตาบานอีกต่างหาก เฮ้อ...

 

 

......................

 

 

...........

 

 

...

 

 

.

 

 

The End.

 
 
 
 
 
จบจริง จบแล้วววว
 
 
 
 
Posted Image
 
 
 

สวัสดีค่ะ คัทจังเองนะคะ

วันนี้มาลงฟิคตามสัญญา แล้วก็ถือโอกาสแจ้งรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากการร่วมสนุกกันเมื่อคราวก่อนด้วยนะคะ

 

 

จากคำถามที่ถามว่า “ในเรื่อง twist around อายุของพี่ซึงฮยอนกับน้องจียงห่างกันเท่าไหร่?”

 

ตำตอบคือ 7 ปีค่ะ (เนื่องจากในเรื่องอายุของน้องจียงตอนเจอพี่ซึงฮยอนครั้งแรกคือ 10 ขวบ และตอนนั้นพี่ซึงฮยอนเรียนอยู่ชั้น ม.5 ตีเป็นอายุตามเกณฑ์การศึกษาง่ายๆว่า 17 ปีค่ะ)

 

ยินดีกับผู้ที่ตอบคำถามถูกด้วยนะคะ ส่วนเพื่อนๆพี่ๆน้องที่ตอบไม่ถูกก็ไม่เป็นไรนะคะ คัทรู้สึกขอบคุณมากที่มาร่วมสนุกกัน

งั้นประกาศชื่อผู้โชคดีกันเลยเนอะ

มีผู้โชดดีตอบคำถามถูกทั้งสิ้น 16 คน และคัทตัดสินใจจะแจกให้กับทุกคนที่ตอบถูกเลย

 

ผู้โชคดีที่ได้ เข็มกลัด GD Sticker LINE กับโปสการ์ด 1 ใบ ได้แก่ยูส GYong นะคะ

 

ส่วนรายชื่อผู้ตอบถูกคนอื่นๆจะได้รับโปสการ์คนละ 1 ใบ ก็มีดังนี้ค่ะ

minnie-g (exteen)

Pro pro Luv (exteen)

gounnie (exteen)

อิง (exteen)

Yingiiz (exteen)

 zolkie (exteen)

 KIZ (exteen)

 still (gdontop)

napalai (gdontop)

bluelovetopgd (gdontop)

jadeite (gdontop)

 mghyun (gdontop)

 FIASARINYA(gdontop)

 patkoong (gdontop)

 gd_cupcake (gdontop)

 

กติกาการรับรางวัล

1. บอกชื่อสกุล และที่อยู่มาให้คัท ซึ่งถ้าใครสามารถบอกในคอมเม้นได้ก็ให้บอกมาเลยนะคะ แต่ใครที่ไม่สะดวกก็ให้บอกผ่านเมลล์ katsujung.bb.fic@gmail.com มาให้คัท โดยทั้งสองวิธีให้ระบุรายละเอียดดังนี้ค่ะ

     Username :

     ชื่อ-สกุล :

     ที่อยู่(ที่สามารถจัดส่งของได้):

2. คัทจะจัดส่งของให้ในวันจันทร์ที่ 8 ก.ค. 56 นี้นะคะ แต่สำหรับใครที่ตกหล่น ตัทก็จะจัดส่งให้ทีหลังในวันถัดๆไปค่ะ

 

Ps. ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งทั้งที่มาร่วมสนุกกัน และที่มาคอมเม้นฟิคเป็นกำลังใจให้

Ps.2 ฟิคบิดเบี้ยวเรื่องนี้ ในที่สุดก็ถึงบทสรุปแล้วนะคะ ใครมียังติดใจสงสัยสิ่งใด หรืออยากติชมอะไรก็สามารถบอกได้เลยนะคะ

Ps.3 ส่วนใครที่ถามหาฟิคโจรอยู่นะคะ คัทต้องขอโทษจริงๆที่ปล่อยทิ้งค้างไว้อย่างนั้น คัทยังคิดกลับไปแต่งต่อเสมอ แต่เนื่องจากทิ้งร้างมานานแล้ว มันจึงยังต่อกันไม่ติด แถมความคิดจะแต่งเรื่องใหม่ก็ดันกระเเซะเข้ามาในหัวซะอีก เอาเป็นว่าไว้ทุกอย่างลงตัวคัทจะกลับไปแต่งต่อจนจบอีกครั้งค่ะ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้เท่านั้นเอง แหะๆ

Ps.4 สำหรับใครที่ถามหารวมเล่มนะคะ ฟิคบิดเบี้ยวภาคสองคัทตั้งใจรวมเล่มให้อยู่แล้วค่ะ เพราะเล่มแรกมันจะได้มีคู่ด้วยอะเนอะ เหมือนที่ท็อปจีต้องคู่กันไง ฮาๆๆ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย!?)

            

สุดท้ายนี้  ขอบคุณทุกคนมากๆค่ะที่ติดตามและสนับสนุนกันมาตลอด รักจริงไรจริง^^

 

edit @ 1 Jul 2013 21:26:13 by katsuki_pri

edit @ 1 Jul 2013 21:34:27 by katsuki_pri

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีค่ะ คัทจังนะคะ
โผล่มาตอบคอมเม้นนิดนึง อิอิ
สำหรับคนที่ถามว่าจะมีภาคหรือเปล่า? บอกเลยนะคะ ว่าเรื่องนี้ไม่มีภาคต่อแล้วน้าาาาา
ถ้าจะมีก็มีแต่ภาคพิเศษนะคะ ประมาณ 3 ตอน แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้อ่านกันตอนไหนนะเออ เพราะคัทยังแต่งไม่เสร็จ เหอๆ
ส่วนเรื่องรวมเล่ม อย่างที่บอกค่ะ ว่ามีเล่ม 1 แล้ว ก็ต้องมีเล่ม 2 จะได้อยู่คู่กัน อิอิ
อ่านคอมเม้นทุกคนแล้วมีความสุข
อ้อ คนที่ได้รับรางวัล คัทส่งให้หมดแล้ววันนี้นะคะ ไม่เกินสัปดาห์น่าจะได้รับกันหมด
ยังไงก็ขอคุณนะคะสำหรับกำลังใจและการติดตาม เดี๋ยวจะรีบปั่นตอนพิเศษให้จบค่าาาา

#10 By katsuki_pri on 2013-07-08 20:12

อ้ายยย ตอนจบน่ารักมากค่า  ที่แท้คุณแม่ก็เป็นสาววาย 55555
จีน่ารักเนอะใครๆก็หลง >< ขอบคุณมากค่าไรท์เตอร์ที่แต่งจนจบ
ปล.กรี้ดดีใจได้ของรางวัลด้วยละนี่ที่อยู่นะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่าาาcry cry
Username :อิง
 ชื่อ-สกุล :อาภาศิริ หอสูติสิมา
ที่อยู่(ที่สามารถจัดส่งของได้): 119 หมู่ 8 ตำบลท่าอ่าง อำเภอโชคชัย จังหวัด นครราชสีมา 30190

#9 By อิง (103.7.57.18|115.67.71.222) on 2013-07-02 20:58

พ่อของทอ็ปนี่ร้ายกาจจริงเลย แกล้งกันได้  จบได้น่ารักมากค่ะ รอเรื่องใหม่อยู่น่ะ

#8 By matemgvip on 2013-07-02 20:42

เย้จบแล้วน่ารักมากๆเลยค่ะชอบค่ะ^`^

#7 By mukne (103.7.57.18|49.231.103.13) on 2013-07-02 10:04

เย้!!! ตอบถูกด้วย อิอิ
แต่จบซะแล้วเหรอคะ เสียดายจัง อยากอ่านความน่ารักต่อเนื่องไปอีกจังเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะสำหรับฟิค รอติดตามผลงานใหม่ของไรท์เตอร์ด้วยค่ะ

#6 By minnie-g (103.7.57.18|1.1.175.254) on 2013-07-02 10:02

อร๊ายยย
ฟินนน อ่ะ ตอนจบ
ชอบมาก อ่านแล้วรับรู้ถึงไอ ความรัก ความอบบอุ่นของท็อปที่มีให้จี
รอให้มาต่อนานมาก
และไม่คิดว่าจะเป็นตอนจบ
ไม่อยากให้จบเลย
เราชอบความน่ารักของจีที่พี่คัทจังอธิบายด้วย
ชอหมดทุกอย่าง
ถ้าจะมีเรื่องใหม่ เราก็จะรอ
เรื่องโจรไม่เป็นไรมาต่อเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ
แต่พี่คัทจังหายไปนานจังเนอะ
นานๆมาต่อที
ใจคนรอมันหวั่นไหว
อิอิ

#5 By mintaname on 2013-07-02 09:13

อ้าวจบซะละ นึกว่าจะได้ผจญภัยกับผีอีกสักตัวสองตัว จบได้น่ารักดี big smile

#4 By snowmim on 2013-07-02 07:13

ไม่อยากให้จบเลยยยยย อยากเห็นพี่น้องคู่นี้รักกันไปนานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

รอติดตามฟิคเรื่องอื่นๆนะคะ รวมทั้งรอคุณโจรด้วยค่ะ


//หญิง สุทธิดา 208/123 หมู่1 ตำบลแคราย อำเภอกระทุ่มแบน สมุทรสาคร 74110

#3 By Yingiiz (103.7.57.18|119.46.55.76) on 2013-07-02 07:06

ย๊าาาาา!!! เป็นการจบที่น่ารักมาก!!
สรุปว่าคุณแม่เป็นสาววาย โอ๊ย ฮาเลยค่ะฉากนี้ 555
แล้วก็คุณพี่ซึงฮยอนคะ จูบน้องก็ให้บรรยะบรรยังบ้างนะคะ เดี๋ยวน้องหายใจไม่ออกขึ้นมาจริงๆจะยุ่ง อิอิ

เห็นชื่อตัวเองว่าตอบถูก ดีใจสุดๆ งั้นเดี๋ยวส่งชื่ออยู่ไปให้พี่คัทในเมลล์นะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ แล้วก็แอบเสียดายที่ฟิคเรื่องนี้จบซะแล้ว
ถ้ามีสเปจะดีมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังให้ค่าาาาาา

#2 By gounnie (103.7.57.18|1.1.155.82) on 2013-07-02 00:33

Username : FIASARINYA (GDONTOP)
ชื่อ-สกุล : สรินญา อยู่เปรมสุข
ที่อยู่ : 242 Movieplusรัตนโกสินทร์ 200ปี
ถ.รังสิต-ปทุมธานี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110

เฟียเข้าบ้านจีดีออนท็อปไม่ได้ แล้วลองเข้าเอ็กทีนมาเจอเรื่องนี้ตอนจบพอดีเลยอ่านในนี้ซะเลย
ก็ขอส่งรายละเอียดในนี้อีกทีนะค่ะพี่คัท เผื่อเมลส่งไปไม่ถึง ^_____^
เรื่องนี้มีรวมเล่มไหมค่ะ ?

#1 By FIASARINYA ♥ on 2013-07-01 22:16

katsuki_pri View my profile

Recommend