[OS] Love Spells

posted on 12 Jan 2014 22:11 by katsukipri in fic

Love Spells


Status :   One Short

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU

Rating:  G ^^ 
  




Note : ในที่สุดก็กลับมา กลับมาพร้อมเรื่องสั้นๆ 

 
 

Love Spells

 

            เวลาหลังเลิกเรียนของวันที่แสนจะธรรมดากำลังจะผ่านไปอีกหนึ่งวัน ระหว่างรอคอยให้ช่วงเวลาที่รถไฟฟ้าจะแออัดยัดเยียดที่สุดของวันผ่านพ้นไป ชเวซึงฮยอนเลือกที่จะเข้ามาหาหนังสืออ่านฆ่าเวลาเหมือนอย่างเคย หากแต่ระยะหลังมานี้เขากลับมักเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างหอสมุดแล้วปล่อยหน้ากระดาษให้เปิดทิ้งค้างเอาไว้อย่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง

 

ความจริงซึงฮยอนก็ไม่ได้เหม่อลอยบ่อยนัก เพราะทุกครั้งที่เขาละสายตาจากหน้าหนังสือแสนรัก เขามักจะมีจุดหมายเสมอ และเป้าหมายของเขาในครั้งนี้ก็คือ เด็กหนุ่มร่างเพรียวบางคนหนึ่ง ที่เพิ่งจะสมัครเข้าชมรมกรีฑาตอน ม.4 และตอนนี้กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่ริมสนามกีฬาซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบานหน้าต่างที่เขานั่ง

 

ซึงฮยอนเพิ่งเริ่มสนใจรุ่นน้องคนนี้เมื่อเดือนกว่าๆที่ผ่านมานี่เอง เขาเดาว่าเด็กคนนี้คงจะรักการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ เพราะทันทีที่ย้ายเข้ามาหนุ่มน้อยคนที่ว่าก็สมัครเข้าเป็นนักกีฬาของชมรมกรีฑาตั้งแต่วันแรก

 

ประเภทกีฬาที่รุ่นน้องคนนั้นฝึกซ้อมอยู่ทุกวันคือการวิ่งมาราธอน ทุกเย็นหลังจากที่ฝึกซ้อมทักษะต่างๆตามที่โค้ชกำหนดแล้ว เด็กหนุ่มมักจะแยกตัวจากนักกรีฑาคนอื่นๆในชมรม เพื่อซ้อมวิ่งรอบสนามฟุตบอลรอบแล้วรอบเล่า จนกระทั่งนักกีฬาคนอื่นในสนามกลับบ้านจนหมดแล้วถึงจะยอมหยุด

 

ด้วยความที่เป็นนักวิ่ง สัดส่วนรูปร่างของรุ่นน้องคนนี้จึงดูดีอย่างไม่ต้องพูดถึง ที่พิเศษกว่านั้นคือผิวขาวอมชมพูดูดีอย่างคนมีสุขภาพดีและใบหน้าเรียวสวย ดูหวานสะดุดตากว่าผู้ชายทั่วไปที่เขาเคยเห็น แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดใจเด็กเรียนที่มุ่งแต่การเรียนเพียงสิ่งเดียวอย่างชเวซึงฮยอนที่สุด

 

เพราะสิ่งที่ดึงดูดใจซึงฮยอนมากที่สุดคือใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความสุขและความแน่วแน่ของเด็กหนุ่มขณะวิ่ง ใบหน้านั้นช่างเข้ากับการก้าวเท้าออกไปในแต่ละก้าว ใครเห็นเข้าก็คงรู้สึกผ่อนคลายตามเด็กหนุ่มไปด้วย และที่สำคัญ ตลอดเวลากว่าสองชั่วโมงที่ร่างเพรียวบางโลดแล่นอยู่บนลู่วิ่ง เด็กคนนั้นไม่เคยทักทายหรือสนใจใครเลย สมาธิของเด็กหนุ่มจดจ่ออยู่กับจังหวะการก้าวเท้าของตัวเองเท่านั้น เป็นความสุนทรีย์ที่ดูเหงาๆ แต่ก็เด็ดเดี่ยว ดูๆไปแล้วก็คล้ายกับช่วงเวลาที่หนอนหนังสืออย่างซึงฮยอนจมลงไปสู่โลกของตัวษรโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างอยู่เหมือนกัน

 

เวลากว่าสองชั่วโมงที่ฝ่ายผู้ชมอย่างซึงฮยอนรู้สึกสุขใจจนเข้าขั้นหลงใหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้รุ่นน้องของเขาวิ่งเสร็จแล้ว และกำลังเดินกลับมายังม้านั่งยาวใต้ร่มไม้ที่ห่างจากจุดที่เขาเฝ้ามองไม่ไกลนัก มือเรียวหยิบผ้าขนหนูออกมาจากกระเป๋าผ้าพร้อมนาฬิกาจับเวลา จากนั้นก็เช็ดเหงื่อที่ไหลอาบใบหน้าและลำคอไปดูสถิติประจำวันของตัวเองไปอย่างนั้น

 

ชาวงจังหวะนี้มักทำให้ซึงฮยอนรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะสามสี่วันที่ผ่านมานี้มีเหตุการณ์ใหม่อย่างหนึ่งเกิดขึ้น ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพียงแค่เหตุบังเอิญเท่านั้นหรือเปล่า แต่เหตุการณ์ที่ว่านี้ก็ทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทำอะไรไม่ถูกไปซะทุกที เนื่องจากเด็กหนุ่มมักจะ...

 

อะ! นั่นไงละ เอาแล้วไง!!

 

รุ่นน้องคนนั้นวางผ้าขนหนูลงแล้วหันขวับมามองที่เขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันและจ้องเขม็งมาอย่างนั้น

 

ซึงฮยอนไม่ยอมหลบสายตาขณะคิดว่านี่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วละ เด็กหนุ่มคงจะเริ่มสังเกตเห็นรุ่นพี่อย่างเขาซึ่งเอาแต่นั่งมองอยู่ตรงนี้เกือบทุกวันแล้ว เขาตั้งใจสบตากับอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นจนกว่าเด็กคนนั้นจะละสายตาไปทางอื่นเอง

 

และก็เป็นเช่นทุกครั้ง เมื่อเจ้าของดวงตาเรียวรีที่ซึงฮยอนยังไม่มีโอกาสเห็นใกล้ๆสักทีหลบสายตาไป เด็กหนุ่มยกขวดน้ำขึ้นมาดื่มพร้อมกับเริ่มเก็บข้าวของใส่กระเป๋า ก่อนจะเดินออกจากสนามกีฬาไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าใต้โรงยิมโดยไม่สนใจเขาอีก

 

เมื่อเงาร่างของคนที่เขาสนใจลับสายตาไป ซึงฮยอนก็เริ่มเก็บข้าวของบ้าง เขานำหนังสือบางเล่มที่อ่านจบแล้วกลับไปเก็บเข้าชั้น ก่อนจะหยิบยืมหนังสืออีกจำนวนหนึ่งติดไม้ติดมือกลับไปอ่านที่บ้าน

 

หลังจากกล่าวลากับบรรณารักษ์ที่คุ้นเคยกันดีเสร็จ ร่างสูงก็เดินลงบันไดไปยังชั้นล่างและในขณะที่กำลังจะผลักประตูเปิดออกไปข้างนอกตัวอาคาร บานประตูนั้นกลับถูกใครบางคนผลักเข้ามาข้างในซะก่อน

 

“ว๊าย!!”

 

เสียงอุทานดังมาพร้อมๆกับของในมือหล่นกระจายพร้อมๆกับที่โลกทั้งใบของซึงฮยอนหม่นมัวไปชั่วขณะ

 

“ขอโทษค่ะๆ” เด็กสาวที่เปิดประตูมาชนเขาร้องบอกพลางก้มลงเก็บข้าวของที่ร่วงหล่นทั้งของเขาและของเธอให้อย่างร้อนรน ในขณะที่ซึงฮยอนควานหาแว่นตากรอบหนาที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาใส่ได้สำเร็จ

 

“นี่ของรุ่นพี่ค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ” เด็กสาวเอ่ยอย่างรู้สึกผิดอีกครั้งก่อนจะยื่นส่งหนังสือคืนมาให้

 

“อืมๆ” ซึงฮยอนอือๆออๆพอเป็นพิธีพลางรับหนังสือที่เขายืมมาจากห้องสมุดคืนจากเด็กสาวตรงหน้า ก่อนจะหมุนตัวเดินจากมาอย่างไม่ใส่ใจนัก และนั่นก็เป็นเหตุให้เขามารู้ทีหลังว่ามีสิ่งแปลกปลอมปะปนมากับหนังสือที่เขายืมมาก็เมื่อนั่งรถไฟฟ้ากลับมาถึงบ้านแล้ว

 

‘เวทย์มนต์เพื่อความรัก’

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่สังเกตเห็นชื่อหนังสือที่เกินมาหนึ่งเล่ม เพราะถึงแม้เขาจะเป็นหนอนหนังสือซึ่งชอบอ่านหนังสือหลากหลายแนวแค่ไหน แต่มีเพียงหนังสือประเภทนี้เท่านั้นที่เขาไม่เคยคิดจะสนใจเลยสักครั้ง ฉะนั้น เขาถึงมั่นใจนักว่าหนังสือเล่มเล็กๆดูไร้สาระนี้ต้องเป็นของเด็กสาวรุ่นน้องที่เปิดประตูมาชนเขาที่หน้าหอสมุดแน่ๆ 

 

ซึงฮยอนพลิกเปิดเช็กดูด้