[SF] Unexpected Love 4th

posted on 08 Mar 2014 09:56 by katsukipri in fic

Unexpected Love

 

Status :   Short Fic 4/5 ??

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU

Rating:  PG-15+  NC-18+^^ 
  
"Gosan no Heart" by Chise Ogawa



Note : กลับมาต่อนะคะ หากมีคำผิดโปรดอภัย

 

 

 

 

Unexpected%20Love.jpg

 

Unexpected Love

 

 

 

 

Unexpected 4th: Crazy You

 

 

 

 

สาม วันผ่านไป จนเข้าสู่เช้าของวันที่ห้า แม้ว่าวันนี้อากาศจะสดใสแถมยังมีลมเอื่อยๆพัดมาให้เย็นสบาย แต่ในใจของจียงกลับรู้สึกหนักอึ้งขึ้นทุกทีๆ และวันนี้ดูเหมือนเส้นความอดทนของเขาจะขึงตึงจนขาดผึงในที่สุด

 

“ไอ้เบ้! กูฝากจดแล็กเชอร์วันนี้ด้วย!”

 

“ห๊า!? ไอ้จีย๊ง! แล้วมึงจะไปไหน!” ยองเบตกใจที่อยู่ๆเพื่อนรักก็อารมณ์ขึ้นแต่เช้า เขายังไม่ทันจะได้รั้งไว้ไอ้เจ้าเพื่อนตัวดีก็รีบร้อนเดินออกจากห้องบรรยาย ไปโดยไม่ยอมอธิบายอะไร ยองเบจึงทำได้แค่นั่งงงอยู่ที่เดิม

 

“อะไรของมันกันละเนี่ย?”

 

พอ ทิ้งให้เพื่อนรักนั่งพึมพำอยู่คนเดียวเสร็จ เด็กสถาปัตย์อย่างจียงก็ตัดสินใจเดินดุ่มๆเข้าไปในหมู่ตึกและอาคารของคณะ วิศวกรรมศาสตร์อย่างหัวเสียเต็มทน

 

ร่าง บางเดินไปก็สอดส่ายสายตามองหาร่างสูงของคนที่หายหัวไปตั้งสี่ห้าวันตามซุ้ม งานต่างๆที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมามากแล้ว แต่เดินหาอยู่พักใหญ่เขาก็ยังไม่พบแม้กระทั่งเงาร่างของคนที่เขาต้องการพบ แม้ว่าระหว่างทางเขาจะสามารถดึงพวกรุ่นพี่หลายคนที่เป็นเพื่อนในกลุ่มของซึง ฮยอนซึ่งเขาเคยเห็นหน้าและพอจะรู้จักกันอยู่บ้างมาไถ่ถาม ว่าเห็นคนที่หายไปบ้างไหม แต่เนื่องจากรุ่นพี่พวกนั้นแต่ละคนต่างก็วิ่งวุ่นอยู่กับการเตรียมงาน ประจำปีกันทั้งนั้น ทำให้คำตอบที่จียงได้รับจึงไม่อาจระบุสถานที่ที่แฟนของเขาน่าจะอยู่ได้อย่าง ชัดเจน

 

ดังนั้น จียงจึงทำได้แต่เดินเตร็ดเตร่มองหาไปตามบริเวณต่างๆด้วยความสามารถของตนเองล้วนๆ

 

เอ๊ะ!

 

ใน ระหว่างที่ร่างบางได้แต่เดินสุ่มเดาไปเรื่อยๆ จู่ๆก็คล้ายกับเห็นเงาร่างของใครบางคนที่คุ้นเคย และในตอนนั้นเองที่ร่างสูงของคนที่ตามหาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงระเบียงทางเดิน ซึ่งเชื่อมระหว่างอาคารเรียนรวม 4 คณะวิศวะฯที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาคารเรียนของภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นบริเวณที่เขายืนอยู่นี้เข้าด้วยกัน

 

เท่า ที่จียงเห็นวันนี้ ซึงฮยอนคนรักของเขาอยู่ในชุดกางเกงยีนกับเสื้อยืดสีขาวที่ถูกคลุมทับด้วย เสื้อช็อปสีเข้มอีกที รูปลักษณ์ที่ดูเซอๆสบายๆนี้เป็นอะไรที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก เพราะปกติแล้วซึงฮยอนมักชอบใส่ชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบและเรียบร้อยมากกว่า นอกจากเวลาที่ต้องเข้าช็อปทำเเล็บหรือมีกิจกรรมที่ต้องใช้แรงงาน ชายหนุ่มถึงจะใส่ชุดอย่างวันนี้สักที

 

คงกำลังขนของเตรียมงานอยู่สินะ

 

จี ยงคิดอย่างนั้น เพราะเขาเห็นว่าในอ้อมแขนของซึงฮยอนมีกล่องใบใหญ่อยู่ใบหนึ่ง ซึ่งภายในเต็มไปด้วยข้าวของสารพัดสิ่งใส่รวมไว้ด้วยกัน ทั้งม้วน

กระดาษ  ไม้ฉาก  ไม้ที  กระป๋องสี  แล็กเกอร์ ม้วนเชือก แม้กระทั่งดอกประดิษฐ์หลากสีสันก็ถูกบรรจุไว้ในกล่องใบดังกล่าวด้วยเช่นกัน

 

เห็น ดังนั้น ร่างบางจึงเร่งฝีเท้าทำท่าจะเดินลัดตึกเรียนเข้าไปหา แต่ทว่าเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหน่อย เขาก็พบว่าข้างกายของซึงฮยอนยังมีหญิงสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักในชุดช็อปแบบ เดียวกันกับชายหนุ่มเดินตามติดอยู่ข้างๆเยื้องไปด้านหลังเล็กน้อยด้วย

 

จี ยงชะงักเท้าทันที เมื่อเห็นหญิงสาวร่างบอบบางที่เดินตามมาสะกิดที่แขนของชายหนุ่ม พร้อมกับยื่นส่งขวดน้ำดื่มเย็นๆให้ แต่ด้วยความที่มือไม้ของชายหนุ่มร่างสูงมันไม่ว่าง ใบหน้าหล่อเหลาจึงก้มลงมาคาบหลอดเข้าไปในปาก โดยมีสาวเจ้าคอยช่วยประคองป้อนให้

 

จี ยงได้แต่ยืนนิ่งมองสองหนุ่มสาวคู่นั้นอยู่กับที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ที่กำลังก่อเกิดขึ้นมาจากข้างใน เขารู้ดีว่าคนรักของเขาไม่ใช่แค่หน้าตาดีอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนใจดี แถมยังจริงใจ ซึ่งใครๆก็ชอบ ใครๆก็อยากเข้าใกล้ และทั้งๆที่เขาเข้าใจอย่างนั้น แต่ไม่รู้ทำไมร่างกายถึงรู้สึกชาวาบไปหมดอย่างนี้

 

นี่มันอะไรกัน...?

 

เขา ยอมรับตามตรงว่าตัวเองไม่เข้าใจความรู้สึกที่อยู่ๆก็ตีตื้นขึ้นมาในตอนนี้ มากนัก มันเหมือนอาการตอนที่กินซูชิมากเกินไปแล้วเกิดอาการเสียดท้องแน่นหน้าอกขึ้น มาอย่างนั้น  ทั้งๆที่เมื่อตอนเช้าเขาก็ไม่ได้กินอาหารมากไป ของแสลงอะไรเขาก็ไม่เคยรับประทาน  อีกทั้งเขายังแน่ใจว่าการทำงานของร่างกายก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้น จียงจึงไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอยู่ๆตัวเองถึงเกิดอาการเช่นนี้ขึ้นมาได้

 

อ๊ะ! แย่แล้ว กำลังเดินมาทางนี้ซะแล้วสิ!

 

เมื่อ เห็นว่าสองหนุ่มสาวรุ่นพี่ทั้งสองคนกำลังเดินผ่านระเบียงทางเชื่อมและตรงมา ทางนี้ จียงก็รีบถอยเข้าไปแอบหลบข้างหลังเสาต้นหนึ่งทันทีเหมือนพวกหลบหนีความผิด

 

เอ๊ะ! แล้วทำไมเขาต้องหนีมาด้วยละเนี่ย!

 

จียงคิดอย่างตกใจกึ่งอับอาย  แต่ตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเข้ามาใกล้

ร่าง บางที่ฮึดฮัดขัดใจกับการกระทำของตัวเอง กลับทำตัวลีบแล้วขยับเข้าไปในซอกหลืบของเสาต้นนั้นพลางกลั้นหายใจอย่างเอา เป็นเอาตาย เพราะกลัวอีกฝ่ายจะสังเกตเห็น แต่สุดท้ายก็เหมือนซึงฮยอนจะไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าแฟนตัวเองมาอยู่แถวนี้ ด้วย

 

ร่าง บางรู้สึกทั้งโล่งใจทั้งนึกฉุน เมื่อแฟนหนุ่มได้เดินผ่านไปโดยไม่รู้สึกสะกิดใจและหันมามองตรงมุมมืดข้างเสา ที่เขาแอบยืนอยู่ตรงนี้เลย

 

“เอาน้ำอีกมั๊ยจ๊ะซึงฮยอน”

 

“ไม่แล้วละ ขอบใจมากนะดาร่า”

 

“อื้ม แล้วเดี๋ยวซึงฮยอนจะไปไหนต่อละ?”

 

“เอาอุปกรณ์พวกนี้ไปให้แดซองน่ะ”

 

“อ๊ะ! พอดีเลย ฉันก็ว่าจะเอาน้ำไปให้พวกนั้นด้วยพอดี งั้นเราเดินไปด้วยกันเนอะ”

 

“อือ แล้วถุงน้ำพวกนั้นน่ะหนักนะ แบ่งมาให้ฉันช่วยถือถุงหนึ่งมา”

 

“อา...ขอบคุณนะจ๊ะ”

 

ทั้งๆ ที่เขาอยากจะออกไปจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด แล้วก็ไม่ได้คิดจะแอบมองหรือแอบฟังแบบที่เป็นอยู่นี้เลยสักนิด แต่หูเจ้ากรรมมันกลับได้ยินเสียงพูดคุยกันของสองคนนั้น แถมดวงตาก็ยังได้เห็นท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกันเช่นนั้นอีก ภาพที่เห็นและเสียงที่ได้ยินมันทำให้จียงได้แต่ยืนกัดฟันนิ่งเงียบเหมือนคน พูดอะไรไม่ออกอยู่อย่างนั้น  

 

เขา ยืนเงียบไม่ขยับเขยื้อนจนเหมือนแข็งเป็นหินไปแบบนั้นสักพัก จนกระทั่งชายหญิงรุ่นพี่เดินลับสายตาไป ฝ่ามือเล็กจึงก็ค่อยๆยกขึ้นมาวางกดไว้ตรงบริเวณหน้าอกที่อยู่ๆก็รู้สึกตื้อๆ ตันๆขึ้นมาซะเฉยๆ

 

จียงก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร แต่ที่รู้ๆคือเขารู้สึกไม่ชอบใจ...

 

ไม่ชอบมากๆเลยจริงๆ

 

 

//////////unexpected love//////////

 

 

“เฮ้ย! ซึงฮยอน!!”

 

เสียง ตะโกนเรียกที่ดังขึ้นทำให้เจ้าของชื่อต้องหยุดเดินก่อนจะหันไปมองตามเสียง เรียกนั้น แล้วเขาก็พบกับเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกันกำลังเดินมาหาพร้อมกับข้าวของพะรุง พะรังเต็มสองมือ

 

“มีอะไร?”

 

“มึง ช่วยเอาหลอดไฟกับวงจรพวกนี้ไปให้พวกฮยอกซูมันหน่อย” แดซองบอกพร้อมกับยื่นส่งถุงกระสอบใบใหญ่ที่กึ่งหิ้วกึ่งลากมาให้กับเพื่อน ก่อนจะกำชับด้วยรอยยิ้ม “เสร็จแล้วมึงก็ไปพักได้เลยนะ หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว”

 

“ตอนเย็นละ?”

 

“ก็ เหลือแค่ต่อไฟไปตามจุดต่างๆ แล้วก็ประดับตกแต่งพวกดอกไม้แถวหน้างานแล้วก็บนเวทีอีกนิดหน่อยก็จะเสร็จหมด แล้ว งานพวกนี้มึงไม่ต้องช่วยแล้วก็ได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของไอ้พวกฮยอกซูกับพวกผู้หญิงไป”

 

“งั้นเหรอ” ซึงฮยอนพยักหน้าเข้าใจ “งั้นเอาของไปให้พวกนั้นเสร็จ กูขอกลับเลยนะ แต่ถ้ามึงมีอะไรให้ช่วยอีกก็บอกแล้วกัน”

 

“โอเค  ขอบใจโว้ยเพื่อน  แล้วก็ขอโทษด้วยที่รบกวนมึงหลายวันเลย” แดซองกล่าวยิ้มๆ ซึ่งซึงฮยอนก็ยิ้มตอบไปอย่างจริงใจ

 

“เออ ไม่เป็นไร ยังไงก็งานคณะ” ว่าแล้วซึงฮยอนก็โลกมือลาเพื่อนก่อนจะหิ้วถุงใส่อุปกรณ์เดินไฟไปทางทิศที่กำลังดำเนินการจัดงาน

 

ร่าง สูงเดินออกจากอาคารสองชั้นซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องสโมสรนักศึกษาคณะวิศวกรรม ศาสตร์ซึ่งเป็นที่ประชุมและทำงาน(ส่องสุม)กันของเหล่าสมาชิก และคังแดซองเพื่อนของเขาก็ทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานสโมฯอยู่ ณ ที่นั้น

 

เขา ตั้งใจจะเดินไปตรงใต้ตึกภาควิชาวิศกรรมไฟฟ้าที่ลีฮยอกซูกับพรรคพวกพักกิน ข้าวเที่ยงควบกับขนมของว่างตอนบ่ายกันอยู่ แต่ระหว่างทางเขากลับมองเห็นเงาร่างอันคุ้นตายืนพิงผนังตึกตรงส่วนของปีก ตะวันตกของอาคารเรียนรวม 4 ซึ่งเป็นแหล่งรวมห้องบรรยายส่วนกลางของคณะไว้ด้วยกัน

 

เห็น ดังนั้น ซึงฮยอนก็จุดยิ้มมุมปากขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเส้นทาง เขารีบเดินเลี้ยวเข้าไปตรงระเบียงตึกเพื่อเข้าไปหาเจ้าของร่างบางที่ยืนนิ่ง ราวกับรูปปั้นอยู่ตรงนั้น

 

“ว่า ไงจียง นายอารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยังละ?” ซึงฮยอนทักคนรักที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมาสักพัก ซึ่งพออีกฝ่ายหันหน้ามาหาเขาก็เห็นชัดเลยว่าใบหน้าเรียวสวยนั้นกำลังบูดสนิท

 

“ดีกะผีน่ะสิ!” จียงจ้องอีกฝ่ายเขม็งพลางตอบกลับเสียงห้วน

 

“เห? ตั้งหลายวันแล้วนา ยังไม่หายอีกเหรอ?” ซึงฮยอนถามกลับยิ้มๆโดยไม่ถือสาที่ถูกวีนใส่ เพราะเวลานี้เขารู้สึกดีใจจริงๆที่ได้เห็นใบหน้าที่แม้จะบูดสนิทขนาดนี้แต่ ก็ยังดูน่ารักสำหรับเขา ในขณะที่อีกฝ่ายพอได้ยินเขาถามอย่างนั้นก็ยิ่งเหวี่ยงเสียงกลับมา

 

“มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆน่ะสิไม่ว่า!”

 

 จี ยงตอบไปแล้ว เขาก็อดหวนคิดไปถึงช่วงเวลาที่ไม่มีคนตรงหน้าอยู่ใกล้ๆไม่ได้ ทุกวันผ่านไปโดยที่ใจเขาไม่ไม่อาจสงบได้เลยสักนิด เหมือนเวลายิ่งผ่านเขาก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะตอนที่ได้ยินคำพูดถากถางว่าเขากำลังจะถูกทิ้ง รวมไปถึงการได้เห็นภาพความใกล้ชิดกันของคนรักตัวเองกับคนอื่นอย่างเมื่อตอน สายของวันนี้

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งแย่ ยิ่งคิดความรู้สึกตื้อๆตันๆที่หาสาเหตุไม่ได้ก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง จนเผลอยกมือขึ้นมาขยำเสื้อบริเวณหน้าอกจนยับยู่

 

“เป็น อะไรไป?” ซึงฮยอนถามขึ้น เมื่อสังเกตเห็นอาการแปลกๆของร่างบางตรงหน้าได้ เขาวางข้าวของในมือลงพลางเดินเข้าไปใกล้ด้วยความเป็นห่วง

 

จี ยงเหลือบมองใบหน้าคมหล่อเหลาของคนที่ก้าวเข้ามายืนในระยะที่มือเอื้อมถึง ก่อนจะไล่สายตาลงไปยังฝ่ามือใหญ่และปลายนิ้วเย็นๆที่แนบอยู่ข้างลำตัว

 

อยากให้มือนั้นสัมผัส...อยากให้ลูบไล้ผิวของเขาอย่างนุ่มนวล

 

ความ คิดนั้นผุดขึ้นมาพร้อมกับความโหยหาที่ยากเกินระงับ ถึงแม้ที่ผ่านมาเขาจะมีอะไรกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว แต่จียงก็ไม่เคยรู้สึกต้องการใครรุนแรงขนาดนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยากใกล้ชิดและต้องการใครสักคนอย่างจริงๆจังๆจนแทบไม่ เป็นอันทำอะไรแบบนี้

 

“นี่ จียง...!!” ซึงฮยอนเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆก็ถูกคนตัวเล็กกว่าดันร่างเขาไปจนชิดผนังปูนด้านหลัง ก่อนจะถูกจูบอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

 

จี ยงกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายลงมา ก่อนจะเริ่มใช้ฟันขบเม้มริมฝีปากล่างของคนรักที่มัวอึ้งอยู่อย่างยั่วเย้า ซึงฮยอนนิ่งงันอย่างทำอะไรไม่ถูกไปชั่วพริบตาหนึ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายจูบตอบและเป็นฝ่ายแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากของจียงอย่างผู้คุม เกม

 

“อะ..อื้ม...” จียงแทบละลายไปกับรสสัมผัสของลิ้นที่เกาะเกี่ยวกันและกันนั้น จูบเปลี่ยนมุมหลายต่อหลายครั้ง แลกเปลี่ยนความเพลิดเพลินแก่กันและกันจนกายบางสั่นระริก

 

อยากกอด...อยากถูกกอด...

 

อยากให้ทำ...ให้สมองของเขาปั่นป่วนจนคิดอะไรไม่ออก เขาจะได้ไม่ต้องคิดมากให้หัวใจต้องวุ่นวายอีก

 

ไว เท่าความคิด จียงก็แทรกเข่าเข้าไปตรงกลางระหว่างขาของชายหนุ่ม เขาใช้หน้าขาของตัวเองเสียดสีหวังปลุกเร้าแก่นกายของซึงฮยอนที่อยู่ภายใน กางเกงยีนส์ และในตอนที่มือเล็กเอื้อมลงไปตั้งใจจะรูดซิปกางเกงของอีกฝ่าย ร่างบางก็ถูกมือใหญ่ดันกายให้ห่างออกจากกัน

 

“หยุด เถอะ!” ซึงฮยอนเอ่ยปากห้ามพร้อมกับถอยหลังออกไปก้าวใหญ่ๆ ปฏิกิริยานั้นทำให้จียงที่ยังคงหอบหายใจจากการกระทำก่อนหน้าต้องเอ่ย ปากถามออกไปอย่างข้องใจ

 

“ทำไม?”

 

“นาย ยังจะถามแบบนั้นอีก!” ซึงฮยอนตอบกลับไปอย่างเหลืออด พลางเหลือบมองไปรอบกาย “นายลืมหรือไงว่าเราอยู่กันที่ไหน ถ้าแค่จูบกันก็ยังพอได้ เพราะนายก็ชอบทำแบบนี้ต่อหน้าใครบ่อยๆจนคนอื่นเขาเริ่มชินกันไปหมดแล้ว แต่ถ้าจะทำมากกว่านั้นในที่แบบนี้มันไม่สมควร ดีนะที่ตอนนี้ไม่มีคาบเรียน ตรงนี้ก็เลยไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาเท่าไร”

 

จียงมองร่างสูงที่ถอนหายใจพร้อมกับบ่นออกมาเหมือนระอาในตัวเขาเต็มที่ เห็นแบบนี้เขาก็ก้มหน้าลง

 

ทำไมถึงมีแต่เขา...ที่เรียกร้องต้องการอยู่คนเดียว...?

 

คิดแล้วตรงบริเวณหน้าอกก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา มันทั้งเจ็บทั้งปวดราวกับกำลังถูกคีมเหล็กบีบเค้นก็ไม่ปาน

 

ทำไมถึงมีแต่เขาละที่ทรมาน...?

 

จียงซ่อนความรู้สึกจุกแน่นจนอยากจะอาเจียนเอาไว้ และเอ่ยออกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะหยันในลำคอ

 

“หึ ก็ดี...งั้นก็พอกันทีละกันนะ”

 

“หือ?” ซึงฮยอนเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ เขารีบคว้าแขนเรียวไว้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะเดินหนีไป “นายหมายความว่ายังไงจียง?”

 

จียงยังไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาเพียงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม ก่อนจะปรายตามองพร้อมกับรอยยิ้มเย็น ที่ทำเอาคนมองเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

 

“ก็หมายความว่า...ต่อไปนี้ผมจะไม่พบกับพี่อีก”

 

 “ห๊ะ!?”

 

เมื่อเห็นท่าทีที่ยังไม่เข้าใจอะไรของอีกฝ่าย จียงก็เหยียดยิ้มเยาะหยันออกมา ก่อนจะกล่าวคำพูดที่ทำให้คนฟังสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที

 

“ผมจะเลิกเล่นกับพี่ เพราะงั้น...เราเลิกกันเถอะ”

 

“ห๋า!...เฮ้! จียง! เดี๋ยวก่อน!!”

 

จี ยงไม่สนใจเสียงร้องเรียกของคนที่เพิ่งกลายเป็นอดีตคนรักอย่างสดๆร้อนๆในตอน นั้น  เขาอาศัยจังหวะที่ฝ่ายนั้นยังไม่ทันตั้งตัวผลักร่างสูงให้ถอยห่างก่อนจะ วิ่งหนีจากมาด้วยความรวดเร็ว

 

ทำไมถึงมีแต่เขาที่เหมือนจะเป็นบ้าไปคนเดียวอย่างนี้...?

 

ร่าง บางวิ่งไปเรื่อยๆโดยไม่คิดหันกลับไปมองข้างหลัง เขาวิ่งออกมาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่หลังจากนี้เขาก็ไม่ต้องการจะเหยียบย่าง เข้าไปอีก  จนกระทั่งวิ่งมาถึงโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย ซึ่งด้านบนเป็นที่ตั้งของชมรมดังๆหลายๆชมรมเอาไว้ด้วยกัน

 

จี ยงขึ้นบันไดและมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าชมรมถ่ายภาพ ซึ่งเขาได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนานดังออกมาจากข้างใน ชายหนุ่มไม่สนใจเรื่องมารยาทใดๆ เขาเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่คิดจะเคาะประตู

 

“อ๊ะ! พี่จียงนี่!!” เด็กสาวผมสั้นที่ชื่อ คงมินจี ร้องทักอย่างประหลาดใจระคนยินดีที่เห็นชายหนุ่มรุ่นพี่ที่หายหน้าหายตาไปนาน เดินเข้ามา

 

จี ยงเข้าไปหาหญิงสาวสี่ห้าคนที่นั่งเกาะกลุ่มกันอยู่ตรงโต๊ะกลมริมหน้าต่าง พวกเธอเหล่านี้เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มควอนจีแฟนคลับอันเหนียวแน่นของเขา ที่ถึงแม้ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาจียงจะไม่ค่อยได้มาหาพวกเธออีก แต่คนเหล่านี้ก็ยังคงติดตามเขาอยู่ห่างๆไม่ไปไหน

 

“ไง สาวๆ” เขาทักพร้อมรอยยิ้ม แต่ยิ้มนั้นก็ต้องชะงักค้างไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรูปถ่ายที่วางเรียง รายอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้ารูปพวกนั้นมันจะเป็นรูปของเขาเพียงคนเดียวโดย ไม่มีคนบางคนติดอยู่ในนั้นด้วย

 

ยิ่งเห็นมันก็ยิ่งทรมาน...และยิ่งทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นไปอีก

 

“พี่จียงไปไงมาไงถึงได้มาถึงนี่ได้ละเนี่ย แล้วนี่มาคนเดียวเหรอคะ?”

 

จียงฉีกยิ้มอีกครั้งเมื่อได้ยินแชรินถามอย่างนั้น

 

“อื้ม ก็มาคนเดียว”

 

“อ้าว แล้วพี่ซึ___”

 

“นี่!” จียงส่งเสียงดังเป็นเชิงตัดบท เพราะดูเหมือนรุ่นน้องของเขากำลังจะเอ่ยถึงคนที่เขาไม่อยากนึกถึงเท่าไร เขามองสาวๆเหล่านั้นพร้อมกับโน้มตัวลงไปหา

 

“นี่ พวกเธอน่ะ” จียงเอ่ยเรียกพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง...ยิ้มเพียงแค่ปาก หากแต่ดวงตาไม่มีแววว่ายิ้มเลยสักนิด

 

“ใครก็ได้...มาเล่นกับฉันที”

 

ความรักบ้าๆแบบนั้นน่ะพอกันที...ต่อไปนี้เขาจะทิ้งให้ดู

 

 

//////////unexpected love//////////

 

 

“เห็น จียงมั๊ย?” ซึงฮยอนที่เหงื่อออกท่วมกายเอ่ยปากถามชายหนุ่มรุ่นน้องคนหนึ่งที่เขารู้จัก ว่าเป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็กของคนรักและชื่อว่าทงยองเบ

 

ยอง เบกระพริบตาปริบๆมองดูรุ่นพี่ต่างคณะที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ด้วยความแปลกใจ เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายวิ่งมาจากไหน แต่เขาคิดว่าระยะทางน่าจะไกลพอสมควร ไม่อย่างนั้นชายหนุ่มร่างสูงคงไม่เหนื่อยจนหอบซะขนาดนี้ เขานั่งพินิจพิจารณาแฟนของเพื่อนชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกออกไปตามตรง

 

“ไม่เห็นหรอกพี่ ไอ้จีมันหายหัวไปตั้งแต่คาบแรกแล้ว”

 

“เจ้า เด็กบ้านั่นคิดจะโดดทั้งวันเลยหรือไงนะ!” ซึงฮยอนเอ่ยอย่างหัวเสีย เมื่อได้ยินว่าเด็กน้อยของเขาไม่รักดีเอาเสียเลย “แล้วนายรู้มั๊ยว่าจียงไปอยู่ซะที่ไหน?”

 

“ไม่ รู้สิพี่ ผมนึกว่ามันไปหาพี่ซะอีก” ยองเบตอบไปตามจริง เขาเห็นรุ่นพี่ร่างสูงชะงักไปวูบหนึ่ง ก่อนอีกฝ่ายจะเสยผมตัวเองขึ้นอย่างหงุดหงิด เห็นอย่างนั้นยองเบจึงลองเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกไป

 

“นี่พี่ซึงฮยอน จะหาว่าผมยุ่งก็ได้นะ แต่เรื่องของพี่กับเพื่อนผมน่ะ พอแค่นี้ดีกว่าไหม?”

 

สิ้น คำนั้นชายหนุ่มตรงหน้าก็ปรายตามองมานิดหนึ่ง แม้จะเห็นแค่แว็บเดียวแต่ยองเบค่อนข้างมั่นใจว่าสายตาคมกริบเมื่อกี้มัน เหมือนจะแฝงแววเย็นชาปะปนมาด้วย เห็นแบบนั้นแล้วเขาก็เริ่มคิดหนักว่าตนเองควรจะถอนคำพูดดีไหม แต่แล้วเสียงทุ้มต่ำก็ดันเอ่ยปากถามกลับมาซะก่อน

 

“ทำไม?”

 

“ก็...ก็ ไอ้จียงน่ะมันนิสัยเสียน้อยซะที่ไหน ผมที่เป็นเพื่อนกับมันมาตั้งแต่เด็กน่ะทำไมจะไม่รู้ ถ้าพี่ยังหลงคบกับมันต่อ พอมันเบื่อพี่จะถูกทิ้งเอานา”

 

แม้ จะกลัวๆกล้าๆแต่ยองเบก็ขอบอกสิ่งที่เขาคิดไปตามตรงอีกครั้ง  ซึ่งพอซึงฮยอนได้ฟังคำเตือนด้วยความหวังดีของรุ่นน้องเสร็จก็คลี่ ยิ้ม...ยิ้มที่ทำให้ยองถอนต้องหายใจออกมาอย่างปลดปลง เพราะเห็นชัดเลยว่าอีกฝ่ายไม่สนใจและให้ความสำคัญในคำพูดของเขาเลยสักนิด

 

“งั้นตามใจพี่ก็แล้วกัน ก็ได้แต่หวังว่าคนดีๆอย่างพี่จะไม่ติดนิสัยแย่ๆจากเพื่อนผมมาก็แล้วกันนะ”

 

“ขอบ ใจนะที่เตือน” ซึงฮยอนเอ่ยยิ้มๆ “แต่ไม่ต้องห่วงฉันหรอก เพราะถ้านิสัยเสียของจียงแพร่เชื้อได้ คนที่เป็นเพื่อนกันมานานอย่างนายก็คงจะติดเชื้อระยะสุดท้ายไปแล้วละ จริงมั๊ย?”

 

พูดจบรุ่นพี่ร่างสูงก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้รุ่นน้องร่างล้ำนั่งหน้าเหวอกับถ้อยคำเสียดสีที่มาแบบนิ่มๆนั้นอยู่คนเดียว

 

“นี่มัน....ติดเชื้อไอ้เชี่ยจีมาเต็มๆเลยนี่หว่า เฮ้อ...”

 

 

//////////unexpected love//////////

 

 

ภาย ในห้องชมรมหมากรุกจีนที่เคยเงียบสงบเพราะไม่มีใครเข้ามาใช้มากนัก หากตอนนี้กลับมีเสียงหอบหายใจดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับเสียงเสียดสีกันของเนื้อ ผ้าจากร่างชายหญิงคู่หนึ่ง

 

“อืม...” หญิงสาวร่างขาวสล้างครางหอบ เมื่อเนินอกอวบอิ่มถูกมือเรียวฟอนฟัด ก่อนที่เสื้อชั้นในสีชมพูตัวบางของเธอจะหลุดร่นลง

 

“อา...เดี๋ยว ฉันทำให้...นะ” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างหวังเอาใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมทับชายหนุ่มที่ยันกายขึ้นมานั่งพิงผนังห้อง ตามคำขอของเธอ

 

จี ยงนั่งนิ่งปล่อยให้สาวเจ้าซุกไซ้ปรนเปรอพร้อมๆกับที่กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลด ออกทีละเม็ด แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะนิ่งเกินไปจนหญิงสาวที่เอื้อมมือลงไปยังซิบกางเกงที่ รูดลงไปแล้วต้องชะงัก

 

บอ มมี่ที่รอบนี้เธอเป็นสาวผู้โชคดีที่จับฉลากได้มาเล่นกับเพื่อนร่วมรุ่นสุด น่ารักสมใจ แต่ไม่รู้ทำไมชายหนุ่มที่เป็นคนเอ่ยปากชวนว่าให้มาเล่นกันถึงได้ไม่ตอบสนอง แถมยังเอาแต่มองเหม่อขึ้นไปบนเพดานอย่างนี้ เธอจึงต้องถามออกไปเพราะระงับความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่

 

“จียงอา...เป็นอะไรไปน่ะ?”

 

“อ่า...” จียงครางต่ำด้วยไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนั้นอย่างไร ความจริงสิ่งที่หญิงสาวถามมาก็เป็นปัญหาที่เขาตั้งถามตัวเองอยู่ในใจเช่น เดียวกัน

 

ร่างกายไม่ร้อนขึ้นเลย...ทำไมกันนะ?

 

แม้จะถูกสัมผัสแค่ไหน...ก็ไม่เห็นรู้สึกอะไรขึ้นมาสักนิด

 

จี ยงคิดแล้วก็ถอนใจ เขาไม่รู้ว่าการทำงานของสมองตัวเองผิดปกติไปแล้วหรืออย่างไร เพราะแทนที่จะได้สนุกสุขสมกับหญิงสาวสวยน่ารักและยังอวบอัดตรงสเป็กเหมือน อย่างที่เคยเป็น แต่ที่ไหนได้คราวนี้กลับมีแต่ความรู้สึกซังกะตายเข้ามาแทนที่ซะอย่างนั้น

 

“บอ มมี่ ฉันไม่ค่อยมีอารมณ์แล้วอะ เอาไว้คราวหน้าจะได้มั๊ย?” จียงตัดสินใจยุติทุกอย่างลงแค่นี้ เพราะถึงจะดึงดันทำต่อเขาก็ไม่รู้สึกสนุกแล้ว

 

“เอ๋!? ทำไมงั้นอะ”

 

“ขอ โทษทีนะ แต่ฉันทำต่อไม่ได้แล้วจริงๆ” จียงเอ่ยพลางแต่งตัวให้ตัวเองลวกๆก่อนจะหันไปช่วยจัดแจงเสื้อผ้าของหญิงสาว ให้เข้าที่เข้าทางอย่างเรียบร้อยด้วยความรู้สึกผิดหน่อยๆที่นานๆจะเกิดขึ้น สักครั้ง

 

“ก็ ได้อยู่หรอก แต่คราวหน้าไม่เอาค้างๆคาๆแบบนี้แล้วนะ” บอมมี่ต่อว่าเสียงงอนๆที่ฟังดูก็รู้ว่าไม่จริงจังเท่าไรนัก และนั่นก็ทำให้จียงคลี่ยิ้มด้วยความโล่งใจ ก่อนคว้าร่างหญิงสาวเข้ามาแนบกายพร้อมกับแตะจูบเบาๆเป็นการขอบคุณ

 

“ขอบใจนะบอมมี่”

 

“จ้า ก็ฉันเป็นแฟนคลับจียงนี่นา”

 

“อื้ม...งั้น เย็นนี้ว่างมั๊ย เราไปกินข้าวด้วยกันนะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” จียงเสนอขึ้นขณะช่วยพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะโอบร่างเธอเดินไปด้วยกัน เขาปลดล็อกแล้วเปิดประตูออกไป และในจังหวะที่ก้าวออกไปนอกห้องนั้นเองที่สายตาเขาเหลือบไปสบเข้ากับสายตาคม กริบของชายหนุ่มร่างคุ้นตาที่เพิ่งเดินเลี้ยวมุมตึกเข้ามาพอดี

 

“อ๊ะ นั่นพี่ซึงฮยอนนี่!” เป็นเสียงตกใจของบอมมี่ที่เอ่ยแทรกความเงียบและบรรยากาศอึดอัดที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา

 

“เราไปเอากระเป๋ากันเถอะ” จียงชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาวข้างกายโดยไม่สนใจชายผู้มาใหม่อีก

 

“เอ๊ะ! แต่ว่า..”

 

“ไม่ต้องไปสนใจหรอกน่า ไปกันได้แล้ว” จียงเอ่ยเร่งอีกครั้ง พร้อมกับโอบรั้งร่างของหญิงสาวให้เดินตามเขาไปด้วย

 

ถึง แม้จียงจะไม่อยากเข้าใกล้คนที่เขาตั้งใจทิ้งไปแล้วมากแค่ไหน แต่ทางออกจากตึกนี้เพื่อกลับไปเอากระเป๋าสัมภาระทั้งของตัวเองและของหญิงสาว ข้างกายยังไงก็จำต้องเดินผ่านไปตรงที่ชายร่างสูงยืนอยู่ดี

 

เขา เดินโอบเอวหญิงสาวพลางสาวเท้าเข้าไปใกล้โดยไม่ได้สนใจมองตรงไหนนอกจากพื้น ปูนบนทางเดินด้านหน้าเท่านั้น  ซึ่งในจังหวะที่กำลังจะเดินสวนผ่านกับคนที่หยุดยืนนิ่งจียงก็เผลอกลั้น หายใจโดยไม่รู้ตัว ชั่วขณะนั้นเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จียงทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น แถมยังฟุ้งซ่าน แต่พอก้าวเท้าผ่านร่างสูงไป เขาก็ผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้ ทว่า...

 

เฮือก!!

 

จียงสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีบางอย่างสัมผัสอยู่ที่หลังคอ แม้จะอยากเดินไปต่อแต่ขากลับแข็งทื่อจนขยับเขยื้อนไม่ไหว

 

“ผิว นาย...เย็นจังเลยนะ” เสียงทุ้มต่ำราบเรียบนั้นดังขึ้นหลังจากแตะหลังมือลงบนผิวกายเหนือปกเสื้อ ด้านหลังที่มีรอยยับยู่ และการกระทำเพียงเท่านั้นก็ทำให้ร่างบางสั่นจนแทบยืนไม่ไหว

 

ร้อน...จนทรมาน

 

“ดู เหมือนนายจะยังไม่ทันได้ทำอะไรสินะ ค่อยยังชั่วหน่อย” เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกดังขึ้น พร้อมกับนิ้วเรียวยาวที่เริ่มแตะไล้จากหลังคอลงมาที่ลาดไหล่ ไล่ลงมายังไหปลาร้าผ่านรอยแยกของเสื้อเชิ้ตที่กลัดกระดุมไว้ลวกๆแค่ไม่กี่ เม็ด

 

ทำไมปลายนิ้วเย็นๆนั้นถึงทำให้ร่างกายเขารู้สึกร้อนขึ้นมาได้นะ

 

“จียง...” เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยเรียกชื่ออย่างอ่อนโยนดังขึ้นมาที่ข้างหู ทำให้รู้ว่าคนพูดขยับเข้ามาใกล้แค่ไหน

 

ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นจียงรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างระเบิดตู้มอยู่ในอก แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็ทะลักทลายออกมาดังเขื่อนแตก

 

“ปล่อย นะ!! อย่ามายุ่งกับผม!!” จียงตะโกนสุดเสียง พร้อมกับปัดมือใหญ่ออกจากตัวเองเต็มแรงจนเกิดเสียงดังเพี๊ยะ ในอกแน่นตื้อจนทรมานเหมือนใครเอาคีมมาบีบรัดไว้จนหายใจแทบไม่ออก

 

“ทำไมละ? ก็พี่เป็นแฟนนายนะ”

 

“ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอไง ว่าเราเลิกกัน!!”

 

“ถึงนายจะพูดอย่างนั้นจริง แต่พี่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงหรอกนะจียง”

 

ซึง ฮยอนยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง ยิ่งจียงมองเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้น...มันไม่มีร่องรอยของความโกรธ ยังคงราบเรียบมั่นคงและเต็มไปด้วยกระแสอ่อนโยนเหมือนเคย เห็นแบบนั้นเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ...

 

เจ็บใจ เจ็บใจ...เจ็บใจนัก!

 

“ทำไมถึงได้ใจเย็นนักนะ! นิสัยแบบนี้ของพี่ทำให้ผมหงุดหงิดที่สุดเลย!!”

 

ทำไมถึงมีแต่เขาที่เรียกร้องจะบ้าจะตายอยู่คนเดียว...

 

ใน ขณะที่จียงได้แต่แผดเสียงร้องดังเหมือนเบรกแตกจนยั้งอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ ซึงฮยอนก็ทำเพียงยืนนิ่งฟัง เขามองร่างบางหายใจหอบจนตัวโยนไปทั้งร่างเพราะใช้อารมณ์มากไปสักครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นอย่างใจเย็น

 

“นั่นคือทั้งหมดที่นายจะพูดใช่มั๊ย?”

 

“เอ๊ะ!” พอถูกถามแบบนั้นจียงก็ตวัดสายตาไปมองคนถามเหมือนจี้ใจดำนั้นอย่างอดไม่ได้ แต่เพียงเสี้ยววินาทีถัดไปเขาก็ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา พลางก้มหน้ากำขากางเกงตัวเองไว้แน่น

 

“ยังไม่หมดใช่มั๊ยละ สิ่งที่นายอยากจะบอกกับพี่น่ะ”

 

“...อึก”

 

ไม่นะ...ไม่เอา...

 

“ว่าไงละจียง?”

 

ได้โปรด...อย่าทำแบบนี้...

 

“เอาสิ พูดมันออกมา”

 

สุด ท้ายแล้ว แม้จียงจะดึงดันไม่อยากจะเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองแค่ไหน จะคิดต่อสู้อย่างไร มันก็เหมือนกับไร้หนทางชนะอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อถูกเสียงทุ้มนุ่มที่เจือไปด้วยกระแสเสียงอ่อนโยนซักถามไปเรื่อยๆ กำแพงที่เพียรสร้างไว้ก็พังทลายลงในที่สุด

 

“ขะ...ขอร้องละ” พออ้าปากพูดเสียงก็สั่นพร่า จียงก้มหน้าลง หยาดน้ำตาร่วงผล็อยๆอย่างห้ามไม่อยู่

 

ทำไมกันนะ...แม้จะถูกกดดันแถมยังไล่ต้อนให้จนมุมจนไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้...

 

“พี่ อย่า...ฮึก อย่าไปใจดีกับคนอื่นนักได้มั๊ย ขอให้มองแค่ผมคนเดียว...คิดถึงผมก่อนใคร อึก...ต้องการผมมากๆเหมือนที่ผมต้องการพี่บ้าง...”

 

...แต่เขาก็ยังต้องการคนๆนี้อยู่ดี...

 

ซึงฮยอนยืนฟังความต้องการที่เอาแต่ใจของคนที่พูดไปสะอึกสะอื้นไปพลางเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆไปด้วยแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

“เฮ้อ~ ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ก็พูดออกมาซะตั้งแต่แรกสิ ทำเอาคนเขาเป็นห่วงแทบแย่ ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ต่อไปต้องบอกพี่ทุกเรื่องนะ เข้าใจมั๊ย”

 

ชาย หนุ่มรุ่นพี่บ่นด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ระอาเต็มที่ และแม้จียงจะก้มหน้าอยู่แต่เขาก็เหมือนจะสัมผัสสิ่งนั้นได้ ร่างบางจึงสะอื้นไปก็พยักหน้าหงึกหงักตอบรับไปเหมือนกับเด็กทำความผิดแล้ว โดนผู้ปกครองสั่งสอน แล้วพอซึงฮยอนเห็นท่าทางดังกล่าวเขาก็ยิ่งถอนหายใจออกมาอีกเฮือก

 

“เฮ้อ~ เด็กอย่างนายนี่นะ”

 

จียงได้ฟังก็ยิ่งก้มหน้าต่ำ เพราะนึกว่าคงต้องโดนบ่นอีกแน่ แต่ทว่า...

 

“อ๊ะ!”

 

มือ เรียวเล็กถูกดึงรั้งอย่างแรงจนร่างบางเซแซ่ดๆไปข้างหน้า ในขณะนั้นเขานึกว่าตัวเองต้องล้มคว่ำลงไปกับพื้นแล้วแน่ๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะก่อนที่เขาจะล้มลงไปร่างสูงก็เข้ามารับตัวเขาเข้าไปในอ้อมกอดซะก่อน

 

“นายมันเป็นเด็กไม่ดีจียง”

 

“อ่ะ” ยังไม่ทันหายตกใจ อยู่ๆก็ถูกต่อว่าอีกครั้ง จียงจึงเงยหน้าจากอกแกร่งพลางช้อนตาขึ้นไปมอง แล้วก็พบกับใบหน้าเครียดขรึมจริงจังที่จ้องกลับมา เล่นเอาน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิทดีเริ่มคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ทั้งดื้อรั้น ทั้งเอาแต่ใจ ทั้งไม่เคยฟังใคร แถมยังชอบทำนั่นทำนี่ให้คนอื่นเขาลำบากใจทุกที”

 

โดน ต่อว่าซึ่งๆหน้าแบบใกล้ๆเช่นนี้ จียงที่ความมั่นใจหดหายไปตั้งแต่แรกที่ถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนให้พูดความจริงก็ เริ่มสะอื้นไห้กลายเป็นเด็กขี้แยขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่น้ำตาจะไหลหยดออกมาจริงๆ ท้ายทอยก็ถูกคนตรงหน้าคว้าไว้แล้วรั้งให้ยิ่งเข้าไปใกล้

 

“...แต่เป็นเด็กไม่ดีที่น่ารักเป็นบ้าเลยนะ รู้ตัวมั๊ย?”

 

จบคำถามนั้น ซึงฮยอนก็ไม่ปล่อยเวลาให้จียงได้คิดหาคำตอบ เพราะรู้สึกตัวอีกทีริมฝีปากบางก็ถูกครอบครองไปเสียแล้ว

 

“อื้อ...!?”

 

ลม หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีเมื่อเรียวลิ้นถูกสอดเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดรัดรึงอย่างดึงดัน รสสัมผัสของลิ้นที่เกาะเกี่ยวกันทำให้ผิวกายสั่นสะท้าน ลมหายใจหอบถี่ขึ้นทุกที เป็นครั้งแรกที่จียงถูกจูบอย่างเอาแต่ใจเช่นนี้ ทำเอาเขาตกใจอยู่ไม่น้อย

 

“ฮ่า...” จียงถูกจูบจนแทบยืนไม่ไหว หลังจากผ่านไปสักพัก ในที่สุดจูบอันดูดดื่มและแสนยาวนานก็สิ้นสุดลง ซึ่งมันได้ทิ้งเส้นสายสีเงินไว้ทันทีที่กลีบปากละออกจากกัน

 

จี ยงหอบหายใจผ่านริมฝีปากที่เปียกชื้นนั้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ ร่างกายร้อนผ่าวไปหมดเมื่อเหลือบไปเห็นเรียวลิ้นที่ไล่ต้อนเขาเมื่อครู่นี้ แลบเลียริมฝีปากหยักที่เคยมอบจุมพิตดูดวิญญาณมาให้ แล้วเลือดร้อนๆก็ต้องไหลมากองบนใบหน้ามากขึ้นเนื่องมาจากความอับอาย เมื่อจู่ๆเขาก็ถูกร่างสูงใหญ่ช้อนอุ้มขึ้นโดยมีเสียงอุทานของหญิงสาวที่ถูก พวกเขาลืมไปแล้วดังแทรกขึ้นมา

 

“อ๊ะ!”

 

จี ยงรู้สึกว่า ณ เวลานี้ใบหน้าที่เคยหนามากของตัวเองอยู่ๆก็บางขึ้นหลายเท่าอย่างที่ไม่เคย เป็นมาก่อน เพราะนอกจากจะแดงเอาๆก็ยังร้อนจนแทบจะลุกไหม้ ยิ่งเมื่อได้ยินคำกล่าวของชายคนที่อุ้มเขาไว้หลังจากนั้น จียงก็ยิ่งอายจนแทบแทรกแผ่นอกแกร่งหนี

 

“อ้อ ขอโทษทีนะคุณปาร์ค ที่เผลอปล่อยให้เด็กคนนี้ไปรบกวนคุณเข้า”

 

ซึง ฮยอนกล่าวอย่างจริงจัง จนทำให้หญิงสาวที่แก้มแดงปลั่งเพราะได้เห็นการแสดงความรักอย่างเร่าร้อนต่อ หน้าต่อตารีบส่ายหน้าปฏิเสธแทบไม่ทัน

 

“มะ..ไม่เป็นไรค่ะ!”

 

“ถึง อย่างนั้นก็เถอะ แต่ในฐานะคนรักและก็ผู้ปกครองของเด็กคนนี้ เดี๋ยวผมจะรับหน้าที่สั่งสอนเขาให้เอง” พูดพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะไว้ได้ ก่อนจะทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคแสดงความมั่นใจที่แทบทำให้หญิงสาวหลุดเสียง กรี๊ดออกมาได้หากว่ายั้งไว้ไม่ทัน

 

“หลังจากนี้...จะเอาให้ไปเล่นซนกับใครอื่นไม่ได้อีกเลย”

 

จบ ประโยคเด็ดนั้นซึงฮยอนก็ไม่สนใจเธออีก ชายหนุ่มอุ้มจียงเดินกลับเข้าไปในห้องชมรมห้องเดิมที่อยู่ด้านหลังโดยมีสาย ตาของหญิงสาวติดตามไปอย่างเหม่อลอย จวบจนเสียงปิดประตูดังปัง ตามมาด้วยเสียงล็อกประตูดังคลิ๊ก สาวเจ้าถึงได้สติขึ้นมา

 

บอมมี่กระพริบปริบๆไปสองสามครั้ง ก่อนจะ...

 

“ว๊าย!!! ฉันลืมถ่ายรูปไปได้ยังไงเนี่ย!!”

 

ซึง ฮยอนคงไม่รู้หรอกว่าท่าทางแสดงความเป็นของ แสดงความเหนือชั้นกว่าของตัวเองเมื่อครู่นี้ทำให้หญิงสาวฟินไปได้ขนาดไหน และจียงก็คงยังไม่รู้ตัวว่าแฟนคลับของตัวเองมากกว่าครึ่งกลายเป็นสาววายไป เกือบหมดแล้ว!

 

 

[hide]

 

“อะ...อะ อื้อ...”

 

จี ยงถูกจับให้อยู่ในท่าคลาน แก่งกายที่แข็งชันถูกจับเล่นอย่างหยอกเย้าด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างเย้าแหย่อยู่ที่ริมฝีปาก พออมนิ้วเรียวยาวเข้าไปเขาก็ถูกกระตุ้นให้เริ่มดูดดุน แต่เพราะว่าหุบปากไม่ได้ น้ำลายจึงหยาดเป็นสายไหลไปตามความยาวของเรียวนิ้วนั้นอย่างน่าอับอาย

 

“อึก...อื้อ ..พอ..พอเถอะ...อย่าเปลี่ยนผมอีกเลย..อื้ม...” จียงร้องอุทธรณ์เสียงเครือเมื่อร่างกายถูกกลั่นแกล้งซ้ำๆจนเริ่มจะทนไม่ไหว ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้เขาก็ไม่สามารถคงความเป็นตัวเองเอาไว้ได้ ทุกที

 

“ไม่มีทาง” ซึงฮยอนปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมกับใช้มือที่เปียกเยิ้มไปด้วยน้ำลายเปลี่ยนไปหยอกเล่นอยู่ที่หน้าอก

 

“อ๊ะ...อ๊า ...” พอถูกปลายนิ้วสะกิด ไหล่บางก็สั่นเทิ้ม น่าแปลกที่นิ้วเย็นๆนั้นทำให้จียงรู้สึกดีจนต้องครางออกมา ในขณะที่ร่างสูงเหยียดยิ้มบางเมื่อเห็นปฏิกิริยาดังกล่าว

 

“นาย น่ะนะจียง ปากก็เอาแต่บอกว่าถนัดเรื่องการเล่นเป็นแฟนบ้างละ ช่ำชองเรื่องเกมรักบ้างละ แต่พอเป็นเรื่องรักแท้แล้วกลับไม่เอาอ่าวสิ้นดีเลยนะ” ชายหนุ่มต่อว่าด้วยน้ำเสียงฟังคล้ายจะสบายอารมณ์ หากแต่มือใหญ่ที่รูดรั้งแก่นกายกลับหนักหน่วงรุนแรงไม่สอดคล้องกัน

 

“อุ..อ๊า...”

 

“ก็เห็นว่านายยังไม่ชินกับความรักแบบจริงจังสักที พี่ก็เลยพยายามอดทนรอให้นายปรับตัวให้เข้ากันอยู่ แต่ดูนายทำสิจียง”

 

“อะ..อื้อ..จะ..จะออก...อึก..” จียงร้องคราง ร่างบางสะท้านสะเทือนจนเกือบจะไปถึงฝั่งฝัน แต่ชั่วขณะนั้นฝ่ามือใหญ่กลับคลายออก

 

“ทะ..ทำไม...!?” จียงถามเสียงเครือด้วยความไม่เข้าใจ ที่อยู่ๆช่วงเวลาที่จะได้สุขสมจนตาพร่าถูกยืดต่อเวลาออกไป...อีกครั้ง

 

ก่อน หน้านี้จนถึงเมื่อสักครู่ เขาถูกซึงฮยอนอุ้มกลับเข้ามาในห้องชมรมที่ไม่ค่อยมีคนเข้านี้อีกครั้ง และทันทีที่บานประตูปิดสนิทดี ร่างบางก็ถูกปล่อยตัวก่อนจะถูกตรึงไว้กับประตูบานนั้น ยังไม่ทันได้พูดอะไรริมฝีปากก็ถูกปิดทับด้วยจูบอันร้อนแรง นิ้วแข็งแกร่งกดไหล่เขาไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ เจ็บเช่นเดียวกับตอนที่แก่นกายแข็งขืนล่วงล้ำเข้ามาทั้งที่ยังไม่ทันได้ เตรียมร่างกายให้พร้อมพรักสำหรับการสอดใส่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

 

แม้ จะเจ็บและอึดอัด แต่อารมณ์ดุดันและจูบที่ละโมบไม่รู้จักอิ่มซึ่งต่างจากเคยของซึงฮยอนในครั้ง นี้กลับทำให้ในใจของจียงรู้สึกโล่งอก เพราะมันเท่ากับว่าตัวเขายังเป็นที่ต้องการของอีกฝ่าย ในสายตาของซึงฮยอนยังมีเขาอยู่ในนั้นไม่ใช่ใครอื่น และในตอนนั้นเองที่จียงได้รู้ ว่าลึกๆเขาปรารถนาที่จะผูกขาดชายคนรักไว้แต่เพียงผู้เดียวมาตลอด เขาไม่ต้องการให้คนๆนี้ไปยุ่งกับกับใครที่ไม่ใช่ตัวเขาทั้งสิ้น

 

พวก เขาร่วมรักกันในท่ายืนอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งจียงจวนจะถึงขีดสุดของอารมณ์ ในจังหวะนั้นเองที่แท่งเนื้อถูกถอดถอนออกไปและร่างบางก็ถูกจับเปลี่ยนท่า เป็นนอนคว่ำตั้งท่าคลานดังเช่นตอนนี้  ช่วงเวลาที่จะได้สุขสมจนตาพร่าถูกยืดต่อเวลาออกไปอีกครั้งและอีกครั้ง จนคนถูกกลั่นแกล้งแทบทนไม่ไหว  

 

“ก็เพราะว่านี่คือการลงโทษยังไงละ” ซึงฮยอนโน้มลงไปกระซิบตอบพร้อมกับแกล้งขบใบหูเล็ก เล่นเอาแผ่นหลังบางสะท้านวาบขึ้นมาอีกครั้ง

 

“อะ..อื้อ..ปะ..ปล่อยให้ผมไปนะ...”

 

“ยัง หรอก พี่ยังไม่ปล่อยให้นายถึงหรอกนะ” ซึงฮยอนตอบพร้อมกับเริ่มกลั่นแกล้งส่วนที่บวมแข็งอย่างทรมานเพราะไม่ได้ปลด ปล่อยสักที โดยการรูดรั้งอย่างช้าๆเบาๆ เป็นการทำให้รู้สึกเหมือนใกล้จะถึงแต่กลับถึงไม่ได้

 

“ไม่...ไม่เอา...”

 

“ไม่ เอาไม่ได้ และนายก็ห้ามถึงเองตามใจชอบด้วย” เสียงทุ้มต่ำพูดเหมือนออกคำสั่ง และนั่นก็ทำให้คนฟังอย่างจียงที่กำลังรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านตวัดตามองไปทาง ซึงฮยอนด้วยดวงตาเอ่อคลอพร้อมกับร้องขอด้วยเสียงสั่นเครือราวกับกำลังจะ ร้องไห้

 

“ขะ...ขอโทษ ฮึก ผมขอโทษ...”

 

ได้ยินอย่างนั้นยิ้มร้ายๆที่นานๆจะปรากฏออกมาสักครั้งก็ประดับอยู่ตรงมุมปากของซึงฮยอน

 

“จะรีบขอโทษไปทำไม ไหนบอกว่าอยากให้พี่แสดงความต้องการต่อตัวนายไงละ นี่พี่ก็กำลังจริงจังเต็มที่เลยนะ”

 

“พ...พี่ ซึงฮยอน..ได้โปรดเถอะ...นะ...” จียงอ้อนวอนทั้งน้ำตา ในขณะที่คนถูกขอร้องไม่ตอบอะไร มือใหญ่ทำเพียงคว้าจับสะโพกกลมกลึงไว้ราวกับจะตรึงให้อยู่กับที่

 

“อะ!? ดะ..เดี๋ยว...อุ อื้อ...” จียงส่งเสียงอุทานอย่างตกตื่นเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ลื่นๆร้อนๆ กำลังไล้เลียอยู่ตรงช่องทางด้านหลังราวกับจะงัดให้มันเปิดขึ้นมา

 

“บวมนิดหน่อยนะ”

 

คำ พูดนั้นทำให้จียงอยากจะแหวกลับสักหน่อยละว่า มันเป็นเพราะใครกัน! แต่เขากลับทำอย่างนั้นไม่ได้ และแม้จะอยากต่อต้านการกระทำที่ทำให้เขาตกใจนี้มากแค่ไหนแต่สะโพกที่ถูกตรึง ไว้ทำให้เขาขยับหนีไม่ได้ จึงจำต้องปล่อยให้ปลายลิ้นนั้นโลมเลียในส่วนที่บวมแดงนั้นต่อไป

 

“อะ...อะ อา...” ยิ่งรู้สึกถึงปลายลิ้นที่แทรกซอนเข้าไปภายใน อุณหภูมิร่างกายก็ยิ่งสูงขึ้น ช่องทางที่เจ็บช้ำและหุบแน่นจากการกระทำก่อนหน้านั้นค่อยๆอ่อนนิ่มลงทีละนิด

 

“ดี ขึ้นแล้วนะ” ซึงฮยอนปลอบโยนด้วยสุ้มเสียงจริงจังแต่ทว่าอ่อนลงกว่าเดิมมาก ก่อนจะเริ่มสอดปลายนิ้วเข้าไปในช่องทางที่ลื่นและเปียกชื้นนั้น

 

“อื้อ..!!”

 

นิ้วแรกขยับเข้าออกเบาๆซ้ำๆคล้ายจะรอดูท่าที พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีอาการต่อต้านอะไร ครั้งต่อไปนิ้วก็ถูกเพิ่มจำนวนขึ้น

 

“อ๊ะ อะ..ต..ตรงนั้น อื้อ...” ร่างบางครางเสียงสูงอย่างขาดห้วงออกมา เมื่อจุดกระสันภายในถูกสัมผัส แถมเมื่อถูกรบเร้าอยู่ตรงจุดเดิมซ้ำๆพร้อมๆกับที่แก่นถูกกระตุ้นเร้า ร่างกายก็เริ่มตอบสนองเองตามใจด้วยท่วงท่าน่าอายที่เจ้าตัวยังไม่อยากจะ เชื่อเลยว่าจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้

 

“มะ...ไม่ ไหวแล้ว...พี่ซึงฮยอน...ผม..อื้อ...จะถึง...” จียงวิงวอนด้วยเสียงคล้ายกับจะร้องไห้ ก่อนที่ร่างกายจะกระตุกเฮือกราวกับเสียดายยามเมื่อนิ้วถูกถอนออกไป แต่จียงยังไม่ทันได้ผ่อนลมหายใจ ยอดอกทั้งสองข้างก็ถูกสัมผัสอีกครั้งพร้อมกันนั้นปากทางเปียกชื้นก็ถูกถูไถ ไปมาช้าๆด้วยความโอฬารอันแข็งแกร่งของคนด้านหลัง

 

“อ๊ะ...อา ...” จียงครางเครืออย่างห้ามไม่อยู่ เนื่องจากส่วนที่ถูกเสียดสีรู้สึกเหมือนกำลังจะละลาย ในสมองเริ่มไม่เหลือที่ว่างให้กับอย่างอื่นนอกจากความสุขสมที่ไม่อาจหาทาง ระบายได้

 

อยากให้เข้ามาเร็วๆ...อยากได้สัมผัสที่หนักหน่วงรุนแรงมากกว่านี้...

 

“อยากให้พี่เข้าไปมั๊ย?”

 

คำ ถามนั้นทำให้จียงพยักหน้าระรัวทั้งน้ำตา เขาต้องการมากกว่านี้...ต้องการส่วนนั้นของอีกฝ่ายให้เข้ามาเติมเต็มกายนี้ ด้วยรู้ตัวเองดีว่าร่ากายของเขากลายเป็นร่างกายที่ไม่เต็มอิ่มกับการได้ปลด ปล่อยแค่ข้างหน้าอย่างเดียวไปเสียแล้ว...

 

“ได้โปรด...เข้ามา...”

 

ซึง ฮยอนตอบรับคำเชิญชวนนั้นด้วยการจ่อส่วนปลายที่เปียกชื้นตรงปากทางเข้าที่แม้ จะยังแดงช้ำอยู่มากแต่ก็คลายตัวจนอ่อนนุ่มและเปิดรับเขาอย่างว่าง่าย ช่องทางนั้นเริ่มกลืนกินส่วนแข็งแกร่งอันร้อนผ่าวเข้าไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งเข้าไปได้จนสุดความยาว

 

“อะ...อา ...” จียงรู้สึกว่าร่างทั้งร่างกำลังสั่นเทิ้มด้วยความยินดีกับการถูกสอดใส่ รู้สึกดีจนเผลอส่ายสะโพกเร่งเร้าให้อีกฝ่ายขยับกายโดยไม่รู้ตัว และซึงฮยอนก็ช่วยสนองให้โดยการขยับสะโพกเข้าออกเป็นจังหวะก่อนจะเริ่มเร็ว และแรงขึ้นตามลำดับ

 

“อื้อ..อื้อ... อะ..อา..” แม้จะต้องกัดฟันทนในตอนแรก เพราะยังรู้สึกเจ็บร้าวเมื่อส่วนที่บอบช้ำถูกเสียดสีหนักๆ แต่พอผ่านไปสักพักความรู้สึกดีก็เข้ามาแทนที่

 

“อ๊ะ!... ยะ...อย่า...เอาแต่แทง...อื้อ ตรงนั้น...อ๊า...” จียงครางประท้วงแทบไม่เป็นศัพท์ เมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็เปลี่ยนมุมกะทันหัน จุดไวสัมผัสภายในถูกบดขยี้อย่างหนักยังความหฤหรรษ์ให้แล่นพล่านไปทั่วร่าง

 

“ทำไมละ? ก็นายออกจะรู้สึกดีนี่”

 

“อื้อ....อื้อ...”

 

“รู้สึกดีใช่ไหม?” ซึงฮยอนถามอีกครั้ง ในขณะที่เสียงเปียกชื้นจากส่วนที่เชื่อมโยงกันดังปนกันกับเสียงหอบหายใจของพวกเขา

 

“รู้สึกดีแบบนี้เพราะนายเองก็ชอบพี่ใช่ไหมละ?”

 

สภาพ แบบนี้ ถึงถามอะไรมาจียงก็รู้ดีว่าตัวเขาไม่อาจตอบอีกฝ่ายกลับไปได้ เพราะทุกครั้งที่อ้าปากจะตอบทีไรเป็นต้องมีแต่เสียงครางกระเส่าอย่างน่าอับ อายออกมาทุกครั้งไป

 

“อะ อะ...อ๊ะ...อื้อ...” เสียงร้องพรั่งพรูออกมาตามจังหวะการโยกไหวที่รุนแรงและดุเดือด และจียงก็ห้ามไม่ให้เสียงนั้นเล็ดลอดออกมาไม่ได้เลย

 

“ดี แบบนี้แล้ว...นายคงไม่คิดจะบอกเลิกพี่อีกใช่ไหม?” ซึงฮยอนถามพร้อมกับใช้ความเป็นชายแทรกลึกเข้าไปก่อนจะดึงออกแล้วก็กระแทก กลับเข้าไปใหม่ซ้ำๆครั้งแล้วครั้งเล่า ทำเอาจียงรู้สึกดีจนตาพร่า ความเสียวซ่านเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ได้ส่วนนั้นแทงกลับเข้ามา

 

“รับปากพี่มาสิจียง” เสียงทุ้มต่ำเค้นถามจริงจังพร้อมกับถอดถอนแก่นกายออก จากนั้นก็ออกแรงจับหมุนร่างบางให้เปลี่ยนท่ามาเป็นนอนหงาย

 

“อ๊ะ!... อึก!!” จียงเบิกตากว้าง น้ำตาคลอหน่วยขณะจ้องมองใบหน้าคมที่เขียดขึงจริงจังนั้น ก่อนจะอุทานลั่นเมื่อช่องทางร้อนผ่าวถูกความเป็นชายของอีกฝ่ายกระแทกกลับ เข้ามาสุดทางในครั้งเดียว

 

“เพราะถ้ายังจะมีคราวหน้าอีก พี่จะเอาจนนายตายไปเลย!”

 

ชั่วขณะนั้น จียงอยากร้องบอกอีกฝ่ายออกไปดังๆเหลือเกินว่า ‘ตอนนี้ทั้งร่างกายและหัวใจของผมมันไม่สามารถรู้สึกถึงอะไรได้นอกจากคนจริงจังอย่างพี่อีกแล้ว’ แต่เขาก็ไม่อาจทำได้ เพราะหลังจากที่ชายหนุ่มกระแทกกายเข้ามาใหม่แล้ว จียงก็ถูกจังหวะการคุมเกมอันดุเดือดและร้อนแรงของอีกฝ่ายกระชากสติสัมปชัญญะ ไปจนหมดสิ้น

 

อา...ไอ้ความรักนี่

 

มันทำให้คนเราคลุ้มคลั่งได้ขนาดนี้เลยสินะ...

 

[/hide]

 

//////////unexpected love//////////

 

End of Crazy You

 To be continued…

 

Ps. กลับมาต่อแล้วนะคะ บทนี้ยาวบวกกับไม่ค่อยมีเวลาก็เลยช้าไปสักหน่อย หวังว่าคนอ่านจะยังคอยกันอยู่ไม่หนีไปซะก่อนนะ

ที่ สำคัญคือฟิคเรื่องนี้ฉากเอ็นซีเยอะจริงๆ เยอะมากและถี่มากกว่าฟิคทุกเรื่องที่คัทแต่งมา แล้วอิคัทก็ไม่ถนัดแต่งเอ็นซีเลยจริงๆ เพราะแต่งทีไรเป็นต้องเสียเลือดเสียเนื้อและปวดสมองในการเค้นหาคำมาใช้ทุก ครั้งทุกครั้ง โดยเฉพาะฉากชายหญิงเนี่ยยากจริงๆ คิดคำไม่ออกจิ้นไม่ถูกหมดคำพูดไปเลยทีเดียว

 

Ps.2 พล่ามเยอะไม่ดี ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ บทนี้ไว้ด้วยนะคะ ตอนหน้าคาดว่าจะจบแล้ว(ถ้าไม่ผิดแผนอะไร) อย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันด้วยนะคะ

 

ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านและติดตาามให้กำลังใจทุกคนค่ะ

รักคนอ่านที่ซู้ดดดดดดเลย ^^

Comment

Comment:

Tweet

ทำไมเด็กนิสัยไม่ดีของพี่ซึงฮยอนน่ารักแแบบนี้!!!!!

น่ารักจนไม่อยากทน!!! อ่านไปก็เขินไป >\\\

#9 By madamKwon on 2016-01-04 08:24

ไม่รู้ว่าเม้นยัง
หรือว่าไปเม้นที่ไหน
แต่อยากเม้นพาทร์นี้
คือพี่ท็อปคนดีเกิน
จีดื้อ ซนสุดๆ
แต่ท็อปก็ไม่เคยโกรธเลย
รักตลอด แถมมีการลงโทษจีแบบร้อนแรงอะ
ฮ่าๆ ไม่รู้จะใช้คำไหนดี
ลงโทษแบบนี้จีคงอยากทำดื้อบ่อยๆ
แต่ดื้อบ่อย ก็ไม่ดีนะจี ถูกโกรธจริงละแย่เลย

#7 By mintaname on 2014-10-04 17:10

อ๊ากกกกกกกกก เร่าร้อนมาก
รออ่านตอนหน้านะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#6 By minnie-g (61.7.178.57|61.7.178.57) on 2014-03-26 15:59

อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย
นึกว่าจะไม่ดีกันแล้ว  น้องจีแอบหื่นนะคะลูก
มันที่ม.  พี่ท็อปเค้าก็ยั้งความคิดไว้ไงคะลูก
อย่าโกรธๆๆๆๆๆๆ  แต่แบบดีกันแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
น้องจีโดนปราบซะกลายเป็นเด็กน้อยน่ารักเลย ^^

#5 By TemG_vipz,cr7 (101.51.243.248|101.51.243.248) on 2014-03-15 11:40

อ๊ากก >< ฟินเวอร์ เลือดจะหมดตัวแล้ว 5555 รออัพอยู่นะค้าา ไรเตอร์ๆๆ

#4 By zoploy\' on 2014-03-10 16:33

อ๊ากก >< ฟินเวอร์ เลือดจะหมดตัวแล้ว 5555 รออัพอยู่นะค้าา ไรเตอร์ๆๆ

#3 By zoploy\' on 2014-03-10 16:32

จียงหื่่นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 

#2 By KIZ on 2014-03-10 00:30

กรี๊ดดดด เลือดท่วมค่ะไรเตอร์  ทิชชู่ด่วน

ทำโทษได้ถึงใจมากกก  ถ้าจะทำโทษขนาดนี้นะ  
แฟนคลับเป็นสาววาย 555555   บอมน่ารัก
จียงเด็กดื้อนิสัยไม่ดีต้องเจอคนแบบนี้ล่ะถึงจะเอาอยู่
 แต่งต่อนะคะไรเตอร์ ค้างอะ

#1 By luckykoong on 2014-03-08 20:52

katsuki_pri View my profile

Recommend