[SF] Unexpected Love 4th

posted on 08 Mar 2014 09:56 by katsukipri in fic

Unexpected Love

 

Status :   Short Fic 4/5 ??

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU

Rating:  PG-15+  NC-18+^^ 
  
"Gosan no Heart" by Chise Ogawa



Note : กลับมาต่อนะคะ หากมีคำผิดโปรดอภัย

 

 

 

 

Unexpected%20Love.jpg

 

Unexpected Love

 

 

 

 

Unexpected 4th: Crazy You

 

 

 

 

สาม วันผ่านไป จนเข้าสู่เช้าของวันที่ห้า แม้ว่าวันนี้อากาศจะสดใสแถมยังมีลมเอื่อยๆพัดมาให้เย็นสบาย แต่ในใจของจียงกลับรู้สึกหนักอึ้งขึ้นทุกทีๆ และวันนี้ดูเหมือนเส้นความอดทนของเขาจะขึงตึงจนขาดผึงในที่สุด

 

“ไอ้เบ้! กูฝากจดแล็กเชอร์วันนี้ด้วย!”

 

“ห๊า!? ไอ้จีย๊ง! แล้วมึงจะไปไหน!” ยองเบตกใจที่อยู่ๆเพื่อนรักก็อารมณ์ขึ้นแต่เช้า เขายังไม่ทันจะได้รั้งไว้ไอ้เจ้าเพื่อนตัวดีก็รีบร้อนเดินออกจากห้องบรรยาย ไปโดยไม่ยอมอธิบายอะไร ยองเบจึงทำได้แค่นั่งงงอยู่ที่เดิม

 

“อะไรของมันกันละเนี่ย?”

 

พอ ทิ้งให้เพื่อนรักนั่งพึมพำอยู่คนเดียวเสร็จ เด็กสถาปัตย์อย่างจียงก็ตัดสินใจเดินดุ่มๆเข้าไปในหมู่ตึกและอาคารของคณะ วิศวกรรมศาสตร์อย่างหัวเสียเต็มทน

 

ร่าง บางเดินไปก็สอดส่ายสายตามองหาร่างสูงของคนที่หายหัวไปตั้งสี่ห้าวันตามซุ้ม งานต่างๆที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมามากแล้ว แต่เดินหาอยู่พักใหญ่เขาก็ยังไม่พบแม้กระทั่งเงาร่างของคนที่เขาต้องการพบ แม้ว่าระหว่างทางเขาจะสามารถดึงพวกรุ่นพี่หลายคนที่เป็นเพื่อนในกลุ่มของซึง ฮยอนซึ่งเขาเคยเห็นหน้าและพอจะรู้จักกันอยู่บ้างมาไถ่ถาม ว่าเห็นคนที่หายไปบ้างไหม แต่เนื่องจากรุ่นพี่พวกนั้นแต่ละคนต่างก็วิ่งวุ่นอยู่กับการเตรียมงาน ประจำปีกันทั้งนั้น ทำให้คำตอบที่จียงได้รับจึงไม่อาจระบุสถานที่ที่แฟนของเขาน่าจะอยู่ได้อย่าง ชัดเจน

 

ดังนั้น จียงจึงทำได้แต่เดินเตร็ดเตร่มองหาไปตามบริเวณต่างๆด้วยความสามารถของตนเองล้วนๆ

 

เอ๊ะ!

 

ใน ระหว่างที่ร่างบางได้แต่เดินสุ่มเดาไปเรื่อยๆ จู่ๆก็คล้ายกับเห็นเงาร่างของใครบางคนที่คุ้นเคย และในตอนนั้นเองที่ร่างสูงของคนที่ตามหาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงระเบียงทางเดิน ซึ่งเชื่อมระหว่างอาคารเรียนรวม 4 คณะวิศวะฯที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาคารเรียนของภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นบริเวณที่เขายืนอยู่นี้เข้าด้วยกัน

 

เท่า ที่จียงเห็นวันนี้ ซึงฮยอนคนรักของเขาอยู่ในชุดกางเกงยีนกับเสื้อยืดสีขาวที่ถูกคลุมทับด้วย เสื้อช็อปสีเข้มอีกที รูปลักษณ์ที่ดูเซอๆสบายๆนี้เป็นอะไรที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก เพราะปกติแล้วซึงฮยอนมักชอบใส่ชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบและเรียบร้อยมากกว่า นอกจากเวลาที่ต้องเข้าช็อปทำเเล็บหรือมีกิจกรรมที่ต้องใช้แรงงาน ชายหนุ่มถึงจะใส่ชุดอย่างวันนี้สักที

 

คงกำลังขนของเตรียมงานอยู่สินะ

 

จี ยงคิดอย่างนั้น เพราะเขาเห็นว่าในอ้อมแขนของซึงฮยอนมีกล่องใบใหญ่อยู่ใบหนึ่ง ซึ่งภายในเต็มไปด้วยข้าวของสารพัดสิ่งใส่รวมไว้ด้วยกัน ทั้งม้วน

กระดาษ  ไม้ฉาก  ไม้ที  กระป๋องสี  แล็กเกอร์ ม้วนเชือก แม้กระทั่งดอกประดิษฐ์หลากสีสันก็ถูกบรรจุไว้ในกล่องใบดังกล่าวด้วยเช่นกัน

 

เห็น ดังนั้น ร่างบางจึงเร่งฝีเท้าทำท่าจะเดินลัดตึกเรียนเข้าไปหา แต่ทว่าเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหน่อย เขาก็พบว่าข้างกายของซึงฮยอนยังมีหญิงสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักในชุดช็อปแบบ เดียวกันกับชายหนุ่มเดินตามติดอยู่ข้างๆเยื้องไปด้านหลังเล็กน้อยด้วย

 

จี ยงชะงักเท้าทันที เมื่อเห็นหญิงสาวร่างบอบบางที่เดินตามมาสะกิดที่แขนของชายหนุ่ม พร้อมกับยื่นส่งขวดน้ำดื่มเย็นๆให้ แต่ด้วยความที่มือไม้ของชายหนุ่มร่างสูงมันไม่ว่าง ใบหน้าหล่อเหลาจึงก้มลงมาคาบหลอดเข้าไปในปาก โดยมีสาวเจ้าคอยช่วยประคองป้อนให้

 

จี ยงได้แต่ยืนนิ่งมองสองหนุ่มสาวคู่นั้นอยู่กับที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ที่กำลังก่อเกิดขึ้นมาจากข้างใน เขารู้ดีว่าคนรักของเขาไม่ใช่แค่หน้าตาดีอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนใจดี แถมยังจริงใจ ซึ่งใครๆก็ชอบ ใครๆก็อยากเข้าใกล้ และทั้งๆที่เขาเข้าใจอย่างนั้น แต่ไม่รู้ทำไมร่างกายถึงรู้สึกชาวาบไปหมดอย่างนี้

 

นี่มันอะไรกัน...?

 

เขา ยอมรับตามตรงว่าตัวเองไม่เข้าใจความรู้สึกที่อยู่ๆก็ตีตื้นขึ้นมาในตอนนี้ มากนัก มันเหมือนอาการตอนที่กินซูชิมากเกินไปแล้วเกิดอาการเสียดท้องแน่นหน้าอกขึ้น มาอย่างนั้น  ทั้งๆที่เมื่อตอนเช้าเขาก็ไม่ได้กินอาหารมากไป ของแสลงอะไรเขาก็ไม่เคยรับประทาน  อีกทั้งเขายังแน่ใจว่าการทำงานของร่างกายก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้น จียงจึงไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอยู่ๆตัวเองถึงเกิดอาการเช่นนี้ขึ้นมาได้

 

อ๊ะ! แย่แล้ว กำลังเดินมาทางนี้ซะแล้วสิ!

 

เมื่อ เห็นว่าสองหนุ่มสาวรุ่นพี่ทั้งสองคนกำลังเดินผ่านระเบียงทางเชื่อมและตรงมา ทางนี้ จียงก็รีบถอยเข้าไปแอบหลบข้างหลังเสาต้นหนึ่งทันทีเหมือนพวกหลบหนีความผิด

 

เอ๊ะ! แล้วทำไมเขาต้องหนีมาด้วยละเนี่ย!

 

จียงคิดอย่างตกใจกึ่งอับอาย  แต่ตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเข้ามาใกล้

ร่าง บางที่ฮึดฮัดขัดใจกับการกระทำของตัวเอง กลับทำตัวลีบแล้วขยับเข้าไปในซอกหลืบของเสาต้นนั้นพลางกลั้นหายใจอย่างเอา เป็นเอาตาย เพราะกลัวอีกฝ่ายจะสังเกตเห็น แต่สุดท้ายก็เหมือนซึงฮยอนจะไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าแฟนตัวเองมาอยู่แถวนี้ ด้วย

 

ร่าง บางรู้สึกทั้งโล่งใจทั้งนึกฉุน เมื่อแฟนหนุ่มได้เดินผ่านไปโดยไม่รู้สึกสะกิดใจและหันมามองตรงมุมมืดข้างเสา ที่เขาแอบยืนอยู่ตรงนี้เลย

 

“เอาน้ำอีกมั๊ยจ๊ะซึงฮยอน”

 

“ไม่แล้วละ ขอบใจมากนะดาร่า”

 

“อื้ม แล้วเดี๋ยวซึงฮยอนจะไปไหนต่อละ?”

 

“เอาอุปกรณ์พวกนี้ไปให้แดซองน่ะ”

 

“อ๊ะ! พอดีเลย ฉันก็ว่าจะเอาน้ำไปให้พวกนั้นด้วยพอดี งั้นเราเดินไปด้วยกันเนอะ”

 

“อือ แล้วถุงน้ำพวกนั้นน่ะหนักนะ แบ่งมาให้ฉันช่วยถือถุงหนึ่งมา”

 

“อา...ขอบคุณนะจ๊ะ”

 

ทั้งๆ ที่เขาอยากจะออกไปจากจุดนี้ให้เร็วที่สุด แล้วก็ไม่ได้คิดจะแอบมองหรือแอบฟังแบบที่เป็นอยู่นี้เลยสักนิด แต่หูเจ้ากรรมมันกลับได้ยินเสียงพูดคุยกันของสองคนนั้น แถมดวงตาก็ยังได้เห็นท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกันเช่นนั้นอีก ภาพที่เห็นและเสียงที่ได้ยินมันทำให้จียงได้แต่ยืนกัดฟันนิ่งเงียบเหมือนคน พูดอะไรไม่ออกอยู่อย่างนั้น  

 

เขา ยืนเงียบไม่ขยับเขยื้อนจนเหมือนแข็งเป็นหินไปแบบนั้นสักพัก จนกระทั่งชายหญิงรุ่นพี่เดินลับสายตาไป ฝ่ามือเล็กจึงก็ค่อยๆยกขึ้นมาวางกดไว้ตรงบริเวณหน้าอกที่อยู่ๆก็รู้สึกตื้อๆ ตันๆขึ้นมาซะเฉยๆ

 

จียงก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร แต่ที่รู้ๆคือเขารู้สึกไม่ชอบใจ...

 

ไม่ชอบมากๆเลยจริงๆ

 

 

//////////unexpected love//////////

 

 

“เฮ้ย! ซึงฮยอน!!”

 

เสียง ตะโกนเรียกที่ดังขึ้นทำให้เจ้าของชื่อต้องหยุดเดินก่อนจะหันไปมองตามเสียง เรียกนั้น แล้วเขาก็พบกับเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกันกำลังเดินมาหาพร้อมกับข้าวของพะรุง พะรังเต็มสองมือ

 

“มีอะไร?”

 

“มึง ช่วยเอาหลอดไฟกับวงจรพวกนี้ไปให้พวกฮยอกซูมันหน่อย” แดซองบอกพร้อมกับยื่นส่งถุงกระสอบใบใหญ่ที่กึ่งหิ้วกึ่งลากมาให้กับเพื่อน ก่อนจะกำชับด้วยรอยยิ้ม “เสร็จแล้วมึงก็ไปพักได้เลยนะ หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว”

 

“ตอนเย็นละ?”

 

“ก็ เหลือแค่ต่อไฟไปตามจุดต่างๆ แล้วก็ประดับตกแต่งพวกดอกไม้แถวหน้างานแล้วก็บนเวทีอีกนิดหน่อยก็จะเสร็จหมด แล้ว งานพวกนี้มึงไม่ต้องช่วยแล้วก็ได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของไอ้พวกฮยอกซูกับพวกผู้หญิงไป”

 

“งั้นเหรอ” ซึงฮยอนพยักหน้าเข้าใจ “งั้นเอาของไปให้พวกนั้นเสร็จ กูขอกลับเลยนะ แต่ถ้ามึงมีอะไรให้ช่วยอีกก็บอกแล้วกัน”

 

“โอเค  ขอบใจโว้ยเพื่อน  แล้วก็ขอโทษด้วยที่รบกวนมึงหลายวันเลย” แดซองกล่าวยิ้มๆ ซึ่งซึงฮยอนก็ยิ้มตอบไปอย่างจริงใจ

 

“เออ ไม่เป็นไร ยังไงก็งานคณะ” ว่าแล้วซึงฮยอนก็โลกมือลาเพื่อนก่อนจะหิ้วถุงใส่อุปกรณ์เดินไฟไปทางทิศที่กำลังดำเนินการจัดงาน

 

ร่าง สูงเดินออกจากอาคารสองชั้นซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องสโมสรนักศึกษาคณะวิศวกรรม ศาสตร์ซึ่งเป็นที่ประชุมและทำงาน(ส่องสุม)กันของเหล่าสมาชิก และคังแดซองเพื่อนของเขาก็ทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานสโมฯอยู่ ณ ที่นั้น

 

เขา ตั้งใจจะเดินไปตรงใต้ตึกภาควิชาวิศกรรมไฟฟ้าที่ลีฮยอกซูกับพรรคพวกพักกิน ข้าวเที่ยงควบกับขนมของว่างตอนบ่ายกันอยู่ แต่ระหว่างทางเขากลับมองเห็นเงาร่างอันคุ้นตายืนพิงผนังตึกตรงส่วนของปีก ตะวันตกของอาคารเรียนรวม 4 ซึ่งเป็นแหล่งรวมห้องบรรยายส่วนกลางของคณะไว้ด้วยกัน

 

เห็น ดังนั้น ซึงฮยอนก็จุดยิ้มมุมปากขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเส้นทาง เขารีบเดินเลี้ยวเข้าไปตรงระเบียงตึกเพื่อเข้าไปหาเจ้าของร่างบางที่ยืนนิ่ง ราวกับรูปปั้นอยู่ตรงนั้น

 

“ว่า ไงจียง นายอารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยังละ?” ซึงฮยอนทักคนรักที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมาสักพัก ซึ่งพออีกฝ่ายหันหน้ามาหาเขาก็เห็นชัดเลยว่าใบหน้าเรียวสวยนั้นกำลังบูดสนิท

 

“ดีกะผีน่ะสิ!” จียงจ้องอีกฝ่ายเขม็งพลางตอบกลับเสียงห้วน

 

“เห? ตั้งหลายวันแล้วนา ยังไม่หายอีกเหรอ?” ซึงฮยอนถามกลับยิ้มๆโดยไม่ถือสาที่ถูกวีนใส่ เพราะเวลานี้เขารู้สึกดีใจจริงๆที่ได้เห็นใบหน้าที่แม้จะบูดสนิทขนาดนี้แต่ ก็ยังดูน่ารักสำหรับเขา ในขณะที่อีกฝ่ายพอได้ยินเขาถามอย่างนั้นก็ยิ่งเหวี่ยงเสียงกลับมา

 

“มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆน่ะสิไม่ว่า!”

 

 จี ยงตอบไปแล้ว เขาก็อดหวนคิดไปถึงช่วงเวลาที่ไม่มีคนตรงหน้าอยู่ใกล้ๆไม่ได้ ทุกวันผ่านไปโดยที่ใจเขาไม่ไม่อาจสงบได้เลยสักนิด เหมือนเวลายิ่งผ่านเขาก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะตอนที่ได้ยินคำพูดถากถางว่าเขากำลังจะถูกทิ้ง รวมไปถึงการได้เห็นภาพความใกล้ชิดกันของคนรักตัวเองกับคนอื่นอย่างเมื่อตอน สายของวันนี้

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งแย่ ยิ่งคิดความรู้สึกตื้อๆตันๆที่หาสาเหตุไม่ได้ก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง จนเผลอยกมือขึ้นมาขยำเสื้อบริเวณหน้าอกจนยับยู่

 

“เป็น อะไรไป?” ซึงฮยอนถามขึ้น เมื่อสังเกตเห็นอาการแปลกๆของร่างบางตรงหน้าได้ เขาวางข้าวของในมือลงพลางเดินเข้าไปใกล้ด้วยความเป็นห่วง

 

จี ยงเหลือบมองใบหน้าคมหล่อเหลาของคนที่ก้าวเข้ามายืนในระยะที่มือเอื้อมถึง ก่อนจะไล่สายตาลงไปยังฝ่ามือใหญ่และปลายนิ้วเย็นๆที่แนบอยู่ข้างลำตัว

 

อยากให้มือนั้นสัมผัส...อยากให้ลูบไล้ผิวของเขาอย่างนุ่มนวล

 

ความ คิดนั้นผุดขึ้นมาพร้อมกับความโหยหาที่ยากเกินระงับ ถึงแม้ที่ผ่านมาเขาจะมีอะไรกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว แต่จียงก็ไม่เคยรู้สึกต้องการใครรุนแรงขนาดนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยากใกล้ชิดและต้องการใครสักคนอย่างจริงๆจังๆจนแทบไม่ เป็นอันทำอะไรแบบนี้

 

“นี่ จียง...!!” ซึงฮยอนเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆก็ถูกคนตัวเล็กกว่าดันร่างเขาไปจนชิดผนังปูนด้านหลัง ก่อนจะถูกจูบอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

 

จี ยงกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายลงมา ก่อนจะเริ่มใช้ฟันขบเม้มริมฝีปากล่างของคนรักที่มัวอึ้งอยู่อย่างยั่วเย้า ซึงฮยอนนิ่งงันอย่างทำอะไรไม่ถูกไปชั่วพริบตาหนึ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายจูบตอบและเป็นฝ่ายแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากของจียงอย่างผู้คุม เกม

 

“อะ..อื้ม...” จียงแทบละลายไปกับรสสัมผัสของลิ้นที่เกาะเกี่ยวกันและกันนั้น จูบเปลี่ยนมุมหลายต่อหลายครั้ง แลกเปลี่ยนความเพลิดเพลินแก่กันและกันจนกายบางสั่นระริก

 

อยากกอด...อยากถูกกอด...

 

อยากให้ทำ...ให้สมองของเขาปั่นป่วนจนคิดอะไรไม่ออก เขาจะได้ไม่ต้องคิดมากให้หัวใจต้องวุ่นวายอีก

 

ไว เท่าความคิด จียงก็แทรกเข่าเข้าไปตรงกลางระหว่างขาของชายหนุ่ม เขาใช้หน้าขาของตัวเองเสียดสีหวังปลุกเร้าแก่นกายของซึงฮยอนที่อยู่ภายใน กางเกงยีนส์ และในตอนที่มือเล็กเอื้อมลงไปตั้งใจจะรูดซิปกางเกงของอีกฝ่าย ร่างบางก็ถูกมือใหญ่ดันกายให้ห่างออกจากกัน

 

“หยุด เถอะ!” ซึงฮยอนเอ่ยปากห้ามพร้อมกับถอยห