[SF] Unexpected Love 6th

posted on 20 Oct 2014 23:06 by katsukipri in fic
Unxpected Love

 

Status :   Short Fic 6/7

Fandom: Bigbang [T.O.P x G-Dragon]

Author: Kat Jung

Copyreader : ~HaRuChUn~_1218 >///<

Genre: Yaoi, AU

Rating:  PG-15+^^ 
  
"Gosan no Heart" by Chise Ogawa



Note : กลับมาต่อพร้อมกับประกาศผู้โชคดีนะคะ 

 

 

 

 

Unexpected%20Love.jpg

 

Unexpected Love

 

 

Unexpected 6th: Spellbound


“อ้าว ซึงฮยอนนี่หว่า แกมาทำอะไรตรงนี้วะ? ฉันนึกว่าแกกลับบ้านไปแล้วซะอีก” คังแดซองถามอย่างแปลกใจ เมื่อเดินผ่านมาเห็นเพื่อนสนิทที่น่าจะกลับบ้านไปแล้วมายืนอยู่ตรงระเบียงทางเดินมืดๆคนเดียวเงียบๆ

 

“แล้วแกอะ ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก” ซึงฮยอนย้อนถามแทนคำตอบ เล่นเอาแดซองแอบคิ้วกระตุกไปแว็บหนึ่ง

 

“ก็ไปห้องสมุดมา คืนนี้ต้องทำรายงานส่งอาจารย์ไงเล่า!”

 

“งั้นเหรอ จริงสินะ” พึมพำอย่างเลื่อนลอยแล้ว ซึงฮยอนก็เหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าที่ถูกทาทาบด้วยสีเทาดำอีกครั้ง สีเดียวกับใจของเขาในตอนนี้อย่างไรอย่างนั้น

 

“เป็นอะไรไปวะ?” ท่าทางหม่นหมองของเพื่อนทำให้แดซองไม่สบายใจ ไอ้ที่ตั้งท่าจะบ่นว่าเพื่อนซะหน่อยก็เลยต้องพับเก็บไป แทนที่ด้วยคำถามแสดงความเป็นห่วงเป็นใย

 

“...”

 

ทว่าซึงฮยอนก็ไม่ได้พูดอะไร และแดซองก็ไม่ต้องการจะคาดคั้นเพื่อนให้ต้องตอบคำถามของตัวเองแต่อย่างใด เขาทำเพียงแค่รอ...รอให้เพื่อนปรับทุกข์และระบายความในใจออกมาด้วยความต้องการของเจ้าตัวเอง

 

เงียบกันไปอย่างนั้นสักพัก ในที่สุดซึงฮยอนที่เอาแต่เหม่อมองฟ้าก็ยอมเปิดปากพูดออกมา

 

“ฉัน...กำลังสำนึกผิดอยู่”

 

“...เรื่องอะไร?”

 

“ฉัน...ฉันไม่เคยคิดมาก่อน ว่าตัวเองจะเป็นคนใจแคบขนาดนี้”

 

ทั้งที่ ‘รัก’ แต่ชั่วขณะนั้นเขากลับอยากทำลายไปพร้อมๆกับครอบครองทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว และไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจควบคุมความต้องการอันรุนแรงนั้นได้เลย

 

พออยู่กับจียงทีไร...ความมีเหตุผลก็บินหายไปไหนไม่รู้ 

 

“ฉันคงไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของใครได้อีกแล้ว…”

 

ฟังเพื่อนพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าหมองเช่นนั้น แดซองก็อยากจะถามเหลือเกินว่าเรื่องมันเป็นมาอย่างไร อะไรที่ทำให้เพื่อนสนิทของเขาคิดว่าตัวเองกลายเป็นคนแบบนั้นไปได้ แต่จังหวะที่แดซองจะเอ่ยปากถาม เขาก็ถูกสัญญาณเตือนว่ามีข้อความดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

ปิ๊บ ปิ๊บ...ปิ๊บ ปิ๊บ

 

ตอนแรกซึงฮยอนไม่มีอารมณ์อยากจะสนใจ แต่แรงสั่นสะเทือนกับเสียงเตือนที่ดังติดต่อกันถึงสองครั้งทำให้เขารู้สึกแปลกใจและนึกสังหรณ์ว่าอาจจะเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นเขาจึงล้วงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงออกมา และเมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากจียงเขาก็รีบปลดล็อก

 

!!

 

ทันทีที่เปิดกล่องข้อความ ซึงฮยอนก็ตาเบิกกว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่เห็น เขากลับไปไล่อ่านเนื้อความแต่ละตัวแต่ละบรรทัดซ้ำเหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าสิ่งที่อ่านไปมันคือความจริง 

 

XXX Hotel ห้อง 505

ผมกับจียงรออยู่น้า~

                         จาก น้องชายสุดที่รัก

 

แต่ละตัวอักษรที่ผ่านเข้าสู่สายตาและตีความเข้าสู่สมองทำให้ซึงฮยอนตกใจจนร่างกายแข็งทื่อ แต่กระนั้นนั่นก็ยังไม่น่าหวาดหวั่นเท่ากับข้อความรูปภาพที่แนบมาด้วย เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ใบหน้าเขาซีดเผือดเหมือนไร้สีเลือดแล้ว ลมหายใจก็เหมือนหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่งด้วย

 

“มีอะไรหรือเปล่า?” แดซองถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางไม่สู้ดีของเพื่อนหลังจากเปิดอ่านข้อความที่ใครบางคนส่งเข้ามา แต่ถามไปแล้วกลับไร้คำตอบจากปากของอีกฝ่าย ด้วยความสงสัยเขาจึงชะโงกหน้ามองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังสั่นไหวอยู่ในมือของเพื่อนอย่างถือวิสาสะ

 

“นี่มัน!” แดซองเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าสิ่งใดปรากฏอยู่ในหน้าจอมือถือของเพื่อน

 

ภาพของรุ่นน้องร่างบางที่เขาเคยคุยด้วยหลายครั้ง กำลังถูกใครบางคนล็อกตัวไว้ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย แถมข้อมือก็ถูกมัดไว้ด้วยผ้าที่น่าจะเป็นเนกไท ซึ่งถ้าแดซองจำไม่ผิดเนกไทนี้น่าจะเป็นเครื่องแบบนักเรียนมัธยมชื่อดังสถาบันหนึ่งที่เขาเคยเห็นผ่านตาในทีวีบ่อยครั้ง  ซึ่งทุกสิ่งที่เห็นนั้นทำให้แดซองที่เป็นแค่รุ่นพี่ที่รู้จักกันธรรมดาถึงกับหวั่นใจได้ คงไม่ต้องพูดถึงซึงฮยอนที่เป็นคนรักของเด็กคนนั้นที่คงใจหายไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!? ทำไมจียงถึ--!!” ยังไม่ทันที่แดซองจะพูดจบ ร่างสูงของเพื่อนก็วิ่งตัวปลิวออกไป

 

“เฮ้ย!! เดี๋ยว!! มึง!!” แม้จะเรียกไว้ฝ่ายนั้นก็ไม่สนใจ และถึงจะวิ่งตามไปแต่เขากลับวิ่งไม่ทัน

 

 

//////////unexpected love//////////

 

 

ทุกวินาทีเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ซึงฮยอนกำเบาะที่นั่งด้านหลังแน่นขณะบอกคนขับแท็กซี่ให้เร่งความเร็วขึ้นอีกทันทีที่เห็นแสงไฟหลากสี ส่องกระพริบจากตัวอาคารในย่านแหล่งท่องเที่ยวของเหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลายอยู่ตรงถนนทางด้านหน้า

 

“เร็วอีกได้ไหมครับลุง!”

 

ถึงแม้ว่าคนขับจะอยากตามใจผู้โดยสารที่เหมือนจะมีเรื่องลำบากใจอะไรซักอย่างจนทำให้ต้องรีบร้อนเดินทางมากขนาดไหน แต่ถึงอย่างนั้นกฎก็ต้องเป็นกฎ การเคารพกฎจราจรขณะอยู่บนท้องถนนเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งคนขับและคนโดยสารเอง

 

และการทำตามกฎนี้ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มยิ่งร้อนใจ ถ้าซึงฮยอนสามารถวิ่งเร็วกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ เขาก็คงเลือกที่จะวิ่งไปด้วยฝีเท้าของตัวเองไปนานแล้ว

 

“นั่นๆๆ!! จอดครับจอด!!” ทันทีที่เห็นป้ายไฟแสดงสถานที่เป้าหมาย ชายหนุ่มก็ไม่ทนรอให้รถจอดสนิท เขารีบควักธนบัตรหลายใบออกมาจากกระเป๋าเงินก่อนจะยื่นส่งให้คนขับอย่างรวดเร็วจนแทบเรียกว่าเป็นการยัดใส่มือ จากนั้นก็เปิดประตูกระโดดลงจากรถโดยไม่สนใจเสียงเรียกให้รอรับเงินทอน

 

ซึงฮยอนไม่คิดยืนรอลิฟที่เพิ่งเลือนขึ้นไป ด้วยอารามรีบร้อนเขาจึงเลือกวิ่งขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นที่ 5 รวดเดียวโดยไม่หยุดพัก และทันทีที่เห็นป้ายแสตนเลสสีเงินติดตัวเลข 505 ชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบสาวเท้าเข้าไปหา

 

ปึง ปึง ปึง!

 

เสียงเคาะประตูติดกันดังสนั่นก้องทางเดิน หากแต่ซึงฮยอนไม่สนใจว่าจะเป็นการรบกวนใครหรือไม่ เขายังคงออกแรงเคาะซ้ำๆต่อไป ชั่วอึดใจต่อมาบานไม้หนาก็ส่งเสียงดังคลิก พร้อมๆกับที่บานประตูถูกเปิดเข้าไปด้านใน

 

“โฮ่! มาไวเหมือนกันนี่พี่ชาย หรือว่านายจะเคยพาใครมานอนที่นี่ด้วยเหมือนกันละ” เสียงทักทายกึ่งหยอกเย้าดังขึ้นทันทีที่ซึงริเห็นว่าคนที่มายืนเคาะประตูอย่างบ้าคลั่งเมื่อสักครู่เป็นบุคคลที่คิดไว้ แค่ดูก็รู้ว่าคนตรงหน้ารีบร้อนตามมามากแค่ไหน คิดแล้วมุมปากก็อดยกยิ้มไม่ได้

 

“จียงละ!”

 

ซึงฮยอนถามทั้งที่ยังหอบหายใจ โดยไม่คิดจะสนใจคำพูดไร้สาระของน้องชายที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะบนใบหน้านั้น และตอนที่อีกฝ่ายต้องยื้อเวลา อยากกวนอารมณ์เขาต่อโดยการไม่ยอมตอบดีๆ สายตาคมปลาบของคนเป็นพี่จึงมองลอดผ่านช่องว่างที่ร่างโปร่งตรงหน้าพยายามยืนกั้นไว้อย่างย่ามใจเข้าไปด้านใน เพียงชั่วอึดใจเขาก็พบคนที่ต้องการ

 

ทันทีที่เห็นสภาพของคนรักที่กำลังดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนผู้ชายอีกสองที่พยายามตรึงร่างบางไว้อยู่ด้านใน เสี้ยวนาทีนั้น ซึงฮยอนก็ไม่คิดสนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือว่าหน้าม้าหน้าแพนด้าที่ไหน เขาเงื้อเท้าขึ้นถีบประตูที่ซึงริจงใจเปิดไว้ครึ่งๆกลางๆทันใด พร้อมกับฉวยโอกาสที่น้องชายผงะถอยไปข้างหลังด้วยความตกใจ เหวี่ยงหมัดซัดเข้าไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรง

 

พลั่ก!

 

เสียงกำปั้นกระแทกหน้าแรงและดังจนน่าตกใจ น่ากลัวว่าจะทำให้ปากแตกฟันหักหรือถึงขั้นจมูกหักเลยด้วยซ้ำ แต่กระนั้นซึงฮยอนก็ไม่สนใจ เขาเดินข้ามร่างน้องชายที่เซล้มลงกองกับพื้นไป เป้าหมายอยู่ที่ร่างบางซึ่งถูกจับมัดอยู่บน

เตียงนอนด้านในเท่านั้น

 

ดูเหมือนว่าสีหน้าดุดันและท่าทางคุกคามจริงจังของซึงฮยอนจะทำให้เด็กหนุ่มสองคนที่เป็นเพียงแค่เพื่อนกินเพื่อนเที่ยวพ่วงด้วยตำแหน่งลูกสมุนของซึงริรู้สึกกลัวเกรงไม่กล้าหือ จนต้องพากันปล่อยมือจากจียงก่อนจะพากันถอนร่นหลบฉากไป

 

เมื่อเห็นว่าไม่ใครกล้ามาขัดขวาง ซึงฮยอนจึงรีบเดินเข้าไปหาคนรัก ก่อนจะช่วยแกะเทปที่ปิดปากและคลายปมผ้าที่มัดมือมัดเท้าออกให้

 

“เป็นอะไรมากไหม พวกนั้นมันรังแกอะไรนายหรือเปล่า?” ซึงฮยอนถามพลางลูบแก้มที่หลงเหลือรอยแดงจากเทปผ้าที่ปิดทับอย่างทะนุถนอม

 

“ไม่หรอก ไม่เป็นอะไร...แค่แขนเป็นเหน็บนิดหน่อยเอง” จียงสั่นศีรษะเบาๆพร้อมกับยิ้มน้อยๆให้คนตรงหน้าสบายใจ แต่ก็ยังไม่วายบ่นงุบงิบไปตามประสา และท่าทางนั้นก็ช่วยทำให้ประสาทที่ตึงเครียดของซึงฮยอนมาตลอดตั้งแต่ช่วงเย็นผ่อนคลายลงและเริ่มยิ้มได้ในที่สุด

 

“งั้นเหรอ” ซึงฮยอนยิ้มรับน้อยๆพร้อมกับช่วยลูบแขนและไหล่อีกฝ่ายให้คลายปวดเมื่อยลง บรรยากาศดีๆของคู่รักกำลังเป็นสีชมพูหวาน ถ้าไม่ถูกตัวการสร้างเรื่องราวทั้งหมดร้องโอดโอยดังแทรกขึ้นมา ดั่งตั้งใจทำลายบรรยากาศหวานๆจนหมดสิ้น

 

“โอ๊ยๆๆๆ เจ็บจริงโว๊ย!! ไอ้พี่เชี่ยเอ๊ยต่อยมาได้ จมูกหักป่าววะเนี่ย!” ซึงริสบถเสียงดังพร้อมกันนั้นก็ใช้มือเช็ดเลือกที่ไหลกลบปากกลบจมูกแล้วสะบัดลงกับพื้น

 

กิริยานั้นมันทำให้โทสะในอกพุ่งทะลักขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มบนใบหน้าคมหายวับ ดวงตากร้าววาวโรจน์สะท้อนประกายเหมือนลูกไฟไหลผ่าน...ดูท่าเจ้าน้องน่าโมโหนี่นอกจากจะไม่สำนึกแล้วยังอยากจะวอนหาเรื่องตายอีกซะละมั้ง

 

ไวเท่าความคิด ซึงฮยอนก็ถลันกายลุกขึ้น มาดว่าจะเข้าไปสั่งสอนเจ้าเด็กไม่รู้ผิดชอบชั่วดีนั่นอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาเอวเขาก็ถูกแขนเรียวของร่างที่อยู่บนเตียงกอดไว้ รั้งตัวเขาไว้ได้พอดี

 

“เดี๋ยวๆ พี่ซึงฮยอนใจเย็นๆ อย่าใช้กำลังอีกเลย ปล่อยไปเถอะ นะ” จียงร้องขอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดแค้นอะไร ด้วยนิสัยสู้คนของจียง หากมีใครมาทำร้าย เขาก็จะต้องเอาคืนอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้ที่เขาไม่คิดเอาเรื่องเอาราวต่ออีกเป็นเพราะไม่อยากให้พี่น้องต้องมาทะเลาะกันด้วยเรื่องของตัวเขาเองมากไปกว่านี้ โดยเฉพาะคนเป็นพี่อย่างซึงฮยอนที่จะกลายเป็นฝ่ายผิดและดูไม่ดีไปถ้าเอาแต่ใช้กำลังกับน้องจนเลือดไหลโกรกอย่างที่เป็นอยู่ แต่ดูเหมือนคนเป็นพี่ที่เขาพยายามจะช่วยปกป้องกลับไม่เห็นด้วย

 

“แต่มันจับจียงมานะ! แถมยังลวนลามนายด้วย!!”

 

“ผมไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายพี่ก็มาช่วยผมทันนี่ อีกอย่างนะ ถ้าพวกซึงริคิดจะทำอะไรจริงๆผมก็คงโดนไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่รอดให้พี่มาช่วยผมได้หรอก”   จียงพยายามหาเหตุผลมาหว่านล้อม แต่ดูเหมือนประโยคท้ายๆเขาจะเผลอพลั้งปากพูดอะไรไม่เข้าหูอีกฝ่ายไป ดวงตาคมถึงได้ตวัดมามองให้สะดุ้งวาบในใจจนไม่กล้าพูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีก

 

อืม...แต่เท่าที่เห็นก็ดูใจเย็นขึ้นแล้วละนะ 

 

จียงคิดพลางลอบถอนใจเมื่อสถานการณ์เหมือนจะเริ่มดีขึ้น ทว่า...

 

“น่าๆพี่ชาย ผมก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง จริงจังกันไปได้ แล้วจียงก็เป็นผู้ชาย แกล้งเล่นแค่นี้ไม่ได้ทำให้สึกหรออะไรนักหรอก”

 

ไอ้เด็กนี่มันวอนตายจริงๆ 

 

จียงคิดพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่พร้อมกันนั้นก็รีบคว้ามือใหญ่ของคนใกล้ตัวเอาไว้ เขาอดกลัวใจอีกฝ่ายไม่ได้เมื่อเห็นประกายวาวโรจน์วาบขึ้นอีกครั้ง  เพราะคนจริงจังคนนี้เวลาบันดาลโทสะแต่ละทีน่ากลัวน้อยซะเมื่อไร ร่างบางจึงกอดแขนคนรักไว้แน่นอยู่อย่างนั้น  

 

ไอ้เด็กนี่มันวอนตายจริงๆ 

 

ซึงฮยอนก็คิดเช่นเดียวกับคนรัก โทสะแล่นริ้วขึ้นมาจนนึกอยากเข้าไปกระชากเจ้าน้องไม่รักดีมายำตีนให้สำนึก โทษฐานที่ปากหมาพูดจาไร้ความสึกนึกไร้ความผิดชอบแบบนั้น แต่สุดท้ายไอ้ที่คิดไว้เขาก็ไม่ได้ทำ ไม่น่าเชื่อว่าอารมณ์คุกรุ่นรุนแรงจะสามารถยับยั้งได้ เพียงแค่เขาถูกความอบอุ่นจากฝ่ามือเล็กที่เกาะรั้งแขนเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเท่านั้น

 

“พี่ซึงฮยอน...?” จียงเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่แน่ใจเมื่อเห็นหนุ่มคนรักนิ่งเงียบไป แต่กระนั้นก็รู้สึกอดโล่งใจไม่ได้เมื่อสิ่งที่เขากังวลไม่มีทีท่าว่าจะเกิด

 

ซึงฮยอนหันมามองใบหน้างุนงงของจียงโดยไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะค่อยๆโอบประคองตัวอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็พากันเดินอย่างช้าๆไปจนถึงหน้าประตูที่มีเด็กหนุ่มซึ่งตัวเปรอะเปื้อนเลือดนั่งขวางทางอยู่บนพื้นห้อง

 

“หลบไป” แม้จะไม่ได้ตวาดไล่ แต่เสียงทุ้มต่ำกลับแฝงไว้ด้วยความเฉียบขาดชัดเจนจนคนเจ็บต้องทำถามอย่างไม่อาจฝ่าฝืนได้

 

“แล้วจำไว้ด้วยนะ ว่ากับจียงน่ะฉันไม่มีคำว่าล้อเล่น อย่าให้มีครั้งหน้าอีก ไม่งั้นฉันไม่ละเว้นแกอีกแน่” สั่งความเสร็จแล้วคนเป็นพี่ชายก็โอบเอวคนรักเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้คนเป็นน้องได้แต่กระพริบตาปริบๆใส่บานประตูที่ถูกอีกฝ่ายเตะปิดหลังจากเดินออกไปแล้ว

 

“โหย...จริงจังชะมัด” ซึงริพึมพำอย่างอึ้งๆ

 

“สรุปว่าคนนี้ตัวจริงใช่ไหมเนี่ย”

 

สุดท้ายซึงริก็ได้ข้อสรุปออกมาอย่างนั้น เพราะถึงพี่ชายเขาคนนี้จะมีนิสัยจริงจังเวลาจะทำอะไรหรือคบใครอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะทำตัวเกเรเอาแต่ใจกับอีกฝ่ายแค่ไหน พี่ชายอย่างซึงฮยอนก็ไม่เคยลงไม้ลงมือทำอะไรรุนแรงกับน้องอย่างเขาเลยสักครั้ง แม้กระทั่งเมื่อก่อน ตอนที่พี่ซึงฮยอนเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วเห็นว่าแฟนสาวกำลังมีอะไรกับน้องชายตัวเองอยู่นั้น ถึงแม้จะตกใจและโกรธอย่างเห็นได้ชัด แต่ฝ่ายนั้นก็แค่ยืนจ้องพวกเขาด้วยสายตาเย็นชานิ่งๆอยู่อย่างนั้น นิ่งซะจนซึงริรู้สึกว่าอุณหภูมิห้องลดลงไปหลายองศา หนาวยะเยือกจนความต้องการทางเพศลดฮวบ  และไม่สามารถเสร็จกิจได้ตามเป้าหมายจนเป็นที่เข็ดขยาดและทำให้เขาไม่กล้าวางแผนชั่วร้ายกับอีกฝ่ายไปพักหนึ่งเลย

 

เพราะฉะนั้น เรื่องใช้กำลังแบบวันนี้ก็เพิ่งจะเกิดขึ้นขึ้นแรกนี่แหละ

 

คิดแล้วแผลที่หน้าก็รู้สึกเจ็บแสบจนต้องสูดปากที่ภายในยังมีรสเค็มและคาวของเลือดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“อูย...เจ็บฉิบหาย” ปากบ่นพึมพำเบาๆ ในใจก็กระหวัดไปนึกถึงท่าทางหลุดๆดูร้อนรนแตกต่างจากที่เคยเป็นของพี่ชาย รวมไปถึงการแสดงความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกันในฐานะคนรักของคนสองคนเมื่อครู่นี้อย่างเหม่อลอย

 

“ดีจังเลยน้า...อยากมีคนที่รักแบบนั้นบ้างจัง”

 

 

//////////unexpected love//////////

To be continued END part

 

Ps. สวัสดีค่ะ กลับมาแล้วนะคะ กลับมาลงฟิคต่อพร้อมกับประกาศผลการร่วมสนุกเล็กๆน้อยๆเมื่อคราวก่อน เฉลยคำตอบดังนี้

1. จียงกับซึงฮยอนพบกันครั้งแรกที่ไหน?  >>>  หลังอาคารชมรมหมากรุกจีน

2. จียงกับซึงฮยอนเรียนคณะอะไร?   >>>  ซึงฮยอนเรียนวิศวกรรมศาสตร์ จียงเรียนถาปัตยศาสตร์

3. จียงกับซึงฮยอนอายุเท่าไร?    >>>  ซึงฮยอนอายุ 21 ปี, จียงอายุ 20

 

และคนที่ตอบคำถามถูกต้องที่สุดเป็นคนแรกคือ THE_VALVE นะคะ ได้รับรางวัลเป็นฟิคเรื่อง Unexpected Love 1 เล่ม

ส่วนรางวัล Postcard อีก 5 รางวัล ซึ่งคัทจะแจกให้กับทุกคนที่ร่วมสนุกกับการตอบคำถามนะคะ คัทได้ส่ง e-mail ไปถามที่อยู่ทุกคนสำหรับส่งของรางวัลแล้วนะ อย่าลืมไปเปิดเช็คเมลดูนะคะ

 

Ps.2 สำหรับฟิคเรื่องนี้ ตอนหน้าก็จบแล้วนะคะ เดี๋ยวคัทมาต่อให้วันที่ 24 ต.ค.57 ค่ะ ส่วนในรวมเล่มจะมีตอนพิเศษเพิ่มอีก 3 ตอนค่ะ คัทขออนุญาตสงวนไว้เป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนที่สั่งฟิคไปจึงไม่ขอลงออนไลน์ให้อ่านนะคะ  ต้องขออภัยด้วย

 

สุดท้ายนี้ ขอบคุณสำหรับการติดตามสนับสนุนและกำลังใจที่มีให้กันตลอดมาค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

katsuki_pri View my profile

Recommend